Last Modified: Wednesday, November 23, 2016

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 73-74

บทที่ 73 ยาชำระไขกระดูก ตอนที่3


"อู๋เฉิน เจ้าปล่อยข้าได้แล้ว เดี๋ยวก็เปื้อนหมดหรอก" มู่หรูเยว่ก้มลงมองคราบสีดำที่ขับออกมาจากร่างของเธอ พลางขมวดคิ้ว

ยาชำระไขกระดูกไม่เพียงเปลี่ยนสภาพร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ยังช่วยขับดันสิ่งไม่บริสุทธิ์ในร่างออกไปด้วย ดังนั้นหลังจากเริ่มกินยาสิ่งไม่บริสุทธิ์สีดำในร่างของมู่หรูเยว่ก็ถูกขับออกมาไม่หยุด อีกทั้งยังส่งกลิ่นที่ยากจะทานทน

ลำพังมู่หรูเยว่เองยังแทบทนไม่ไหว แล้วเย่อู๋เฉินจะทนได้อย่างไร?

อย่างไรก็ตาม เย่อู๋เฉินไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ เขายังคงยืดกอดเด็กสาวตรงหน้าอย่างแนบแน่น ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มกระจ่างใส

"ชายา ขอเพียงได้อยู่กับชายา ข้าไม่สนใจว่าจะเปื้อนหรอก"

ดูจากบุคลิกของเด็กหนุ่มแล้วเห็นได้ชัดว่าเขาดูไร้เดียงสาไม่สมวัย แต่ไม่รู้ทำไมคำพูดเมื่อครู่กับกระแทกจิตใจของมู่หรูเยว่อย่างจัง ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัว...

เหยียนจิ้นกรอกตา 'หากพวกเจ้าคิดจะพร่ำพลอดคำหวานใส่กันก็ควรจะหาที่เงียบๆส่วนตัวสักหน่อย ไม่เห็นหรือว่าข้ายังอยู่ที่นี่?'

ในยามที่ยาชำระไขกระดูกออกฤทธิ์เข้าสู่ร่างแล้ว มู่หรูเยว่เริ่มเข้าใจถึงแก่นแท้ของการฝึกฝนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอดึงคราบสกปรกที่เปรอะเปื้อนไปทั้งร่างไม่ต่างอะไรกับเย่อู๋เฉิน พอได้เห็นเขาอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้วอดไม่ได้หัวเราะออกมา

เย่อู๋เฉินในยามนี้ดูตกตะลึง จ้องมองมาที่เธออย่างโง่งม

"อู๋เฉิน เจ้ามองอะไรอยู่หรือ?" มู่หรูเยว่แตะใบหน้าของตน จ้องมองอย่างประหลาดใจ

"ชายายิ้มแล้วงดงามเหลือเกิน" เย่อู๋เฉินเอ่ยพลางก้มหน้าอย่างขัดเขิน เพียงเหลือบมองมู่หรูเยว่ด้วยหา "ไม่รู้ทำไมก่อนหน้านี้ ข้ารู้สึกว่ารอยยิ้มของชายาราวกับใส่หน้ากาก แต่รอยยิ้มของชายาเมื่อครู่ช่างงดงามเหลือเกิน"

เดิมทีรอยยิ้มของเธอนั้นให้ความรู้สึกเยือกเย็นจนน่าขนลุก

แต่ตอนนี้เธอแค่คลี่ยิ้มออกมาคราหนึ่งก็ควรค่าแก่การใช้คำว่างามล่มเมืองมาบรรยาย...

"หากอู๋เฉินชอบ ต่อไปข้าจะยิ้มให้อู๋เฉินบ่อยๆ" มู่หรูเยว่คลี่ยิ้ม "แต่ตอนนี้พวกเราต้องไปอาบน้ำก่อน"

/////////

ภายในบ่อน้ำร้อนขนาดใหญ่ มู่หรูเยว่แช่กายอยู่ในน้ำ ปล่อยให้น้ำอุ่นช่วยชำระคราบสกปรกของร่างกาย บางทีอุณหภูมิของน้ำอุ่นและสบายเกินไป เธอจึงคลายความระแวดระวังลง

"สาวน้อย ข้ามีเรื่องหนึ่งต้องบอกเจ้า"

ในยามที่มู่หรูเยว่กำลังผ่อนคลายอย่างสบายอารมณ์ น้ำเสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้น เธอรีบเปิดเปลือกตาขึ้นก็สบกับดวงตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มคู่หนึ่ง

"ออกไปซะ!"

มู่หรูเยว่จับเหยียนจิ้นโยนออกไปทางประตู เอ่ยอย่างโกรธจัด "จากนี้ไปห้ามเข้ามาตอนที่ข้ากำลังอาบน้ำโดยเด็ดขาด!"

โครม!

ร่างของเหยียนจิ้นถูกโยนออกมากระแทกกับต้นไม้ ร่วงลงมาอย่างน่าอนาถ เขาจับจ้องประตูห้องอาบน้ำด้วยความขุ่นเคือง ในเผ่าพันธุ์สัตว์อสูร ทั้งชายและหญิงต่างก็อาบน้ำร่วมกันได้

ทำไมพวกมนุษย์ต้องทำให้ยุ่งยากด้วย?

ช่างเถอะ เรื่องนั้นค่อยเก็บไว้ก่อน ยังไม่ต้องบอกเธอก็แล้วกัน

มู่หรูเยว่เพิ่งจับเหยียนจิ้นโยนออกไปยังไม่ทันได้พักหายใจ ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เมื่อมู่หรูเยว่หันไปมองก็เห็นเย่อู๋เฉินปรากฏสู่สายตา

ต้องยอมรับว่าเรือนร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างงดงามเหลือเกิน ผิวของเขาขาวจัด นุ่มนวล ราวกับเปล่งประกายได้ หากไม่มีรอยแผลเป็นที่หน้าอก แน่นอนว่าเรือนร่างของเขาต้องงดงามอย่างไร้ที่เปรียบ

หลังจากได้เห็นเย่อู๋เฉินในยามนี้ จู่ๆเสียงระเบิดก็ดังก้องในหัว แก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดจนถึงใบหู สมองแทบจะหยุดทำงานกะทันหัน....

เย่อู๋เฉิน เขา... เหตุใดจึงไม่ใส่เสื้อผ้าเข้ามาเล่า!?
___________
และแล้วท่านผู้เฒ่าก็ถูกทอดทิ้ง (รึ เขวี้ยงดี) ด้วยประการฉะนี้ ความลับขององค์ชายสายแอ๊บก็ยังคงเป็นความลับต่อไป...

ปล. ปกติแล้วเพื่อนๆจะใช้ คำอะไรมาบรรยาย ผิวขาวออร่า ขาวกลูต้า บลาๆกันหรอคะ? นี่ระรานเพื่อนยังไม่พอ มาระรานรีดเดอร์ต่ออีก ฮ่าๆๆๆ

ปล2. โอเค รออิ๊งแล้วก็ยังเก๊กซิมกับ '感到前所未有的通彻' ไม่ต่างจากเดิม... โดยความหมายมันน่าจะแนวๆเข้าถึงแก่นแท้ มั้งคะ ฮาๆ...

ปล3. ห้องอาบน้ำ/อ่างน้ำ/บ่อน้ำ โดยตัวศัพท์แล้วเหมือนเป็นออนเซ็น เลยเลือกใช้คำว่าบ่อแทนนะคะ... บ้านนางเอกนี่ไฮโซจุง


บทที่ 74 ความคลุมเครือ


"เย่อู๋เฉิน!" มู่หรูเยว่เพิ่งได้สติ เธอเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว "ออกไปเดี๋ยวนี้!"

"แต่...." ใบหน้าหล่อเหลาของเย่อู๋เฉินดูเต็มไปด้วยความสำนึกผิด นัยน์ตาปริ่มน้ำจับจ้องอยู่ที่มู่หรูเยว่ "ข้าอยากให้ชายาช่วยอาบน้ำให้ข้า"

ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด เมื่อจ้องมองเย่อู๋เฉินในยามนี้แล้ว เธอรู้สึกราวกับเห็นลูกสุนัขตัวน้อยๆกำลังกระดิกหางเรียกร้องความสงสาร ไม่อาจใจแข็งขับไล่เขาออกไปได้

"ชายา..." นัยน์ตาใสซื่อมีเสน่ห์ของเย่อู๋เฉินจ้องมองไปที่มู่หรูเยว่อย่างน้อยอกน้อยใจ "พวกเราผ่านคืนเข้าหอ กลายเป็นสามีภรรยากันเรียบร้อยแล้ว ข้าขอให้เสด็จลุงออกราชโองการให้เราแต่งงานกันดีหรือไม่?"

"ข เข้าหอ...?" มู่หรูเยว่แทบสำลักน้ำลาย เธอกระแอมไอ พลางเอ่ย "อู๋เฉิน เจ้ารู้ความหมายของการเข้าหอหรือ?"

"ใช่แล้ว" เย่อู๋เฉินหัวเราะออกมา รอยยิ้มของเขาดูเจิดจ้าราวกับแสงตะวัน รอยยิ้มนั้นทำให้ผู้คนตกตะลึงไปชั่วขณะ "แม่นมเป็นคนบอกข้า นางบอกว่าสามีภรรยานอนร่วมเตียงกันในคืนวันแต่งงาน จากนั้นเจ้าบ่าวต้องทับบนร่างของเจ้าสาว นั่นเรียกว่าการเข้าหอ วันนั้นข้าแอบเข้าห้องของชายา อีกทั้งยังทับอยู่บนร่างของชายาด้วย ดังนั้นพวกเราเข้าหอกันเรียบร้อยแล้ว"

มู่หรูเยว่รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก นี่.... นี่ก็สามารถเรียกว่าเข้าหอได้หรอกหรือ?

"แม่นมยังบอกอีกว่า หลังผ่านคืนเข้าหอแล้วชายาจะตั้งท้อง จากนั้นชายาจะให้กำเนิดลูกของข้า" เย่อู๋เฉินราวกับไม่รู้ว่าเวลานี้หัวใจของมู่หรูเยว่กำลังตีกันยุ่งเหยิง เขาจ้องมองหน้าท้องของเธออย่างสงสัย "ทำไมเพียงแค่ฝ่ายชายนอนทับ ผู้หญิงก็ท้องได้? ทารกเกิดมาได้อย่างไรหรือ?"

ในยามนี้ มู่หรูเยว่ราวกับกลายเป็นคนโง่งม เธอยังเป็นหญิงบริสุทธิ์อยู่ จะไปตั้งท้องได้อย่างไร? เรื่องทารกเกิดมาจากไหนนั้น เธอควรอธิบายอย่างไรดี?

เย่อู๋เฉินต้องการอาบน้ำร่วมกับมู่หรูเยว่ ไม่ทันระวังสะดุดล้มลื่นลงมาในบ่อที่มู่หรูเยว่กำลังแช่น้ำอยู่ ร่างของเขากดร่างของมู่หรูเยว่ลงไปด้านล่าง

ร่างของคนทั้งสองแนบชิดกันมากเสียจนรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน

มู่หรูเยว่ใบหน้าเป็นสีแดงจัดราวกับลูกตำลึง หัวใจเต้นรัวราวกับลูกกวางตัวน้อยๆ เธอรีบสะกดความรู้สึกที่คลุมเครือนั้น ผลักร่างเย่อู๋เฉินออกห่าง

เสียงดังวูบหนึ่ง มู่หรูเยว่กระโจนออกจากบ่อน้ำ ไม่พูดไม่จา รีบร้อนสวมเสื้อผ้าแล้วผลุนผลันออกจากห้องไป เห็นเงาร่างของเธอหนีหายไปเช่นนี้แล้ว เย่อู๋เฉินที่ยังอยู่ในบ่อน้ำอดไม่ได้หัวเราะออกมา

หากมู่หรูเยว่มาเห็นเขาในยามนี้ จะยังเชื่อว่าเขาเป็นแค่คนโง่ที่มีจิตใจเป็นเด็กอยู่หรือไม่?

รูปโฉมของเขายังคงสง่างามขนาดทำให้โลกทั้งใบดูหม่นหมอง หากแต่นัยน์ตาของเขาหาได้มีความใสซื่อบริสุทธิ์อีกต่อไป นัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ

เมื่อเปรียบเทียบกับเย่อู๋เฉินคนโง่งม เวลานี้เขากลับดูความสง่างามราวกับราชาผู้สูงศักดิ์ ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายน่าเกรงขาม

เพียงเขาโบกมือเสื้อผ้าก็ลอยมาอยู่ในมือ หลังจากสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ชายในชุดดำก็ปรากฏตัวจากด้านหลัง...

"นายท่าน ข้าน้อยขอล่วงเกินถามท่านสักเรื่อง เหตุใดเมื่อครู่จึงไม่ฉวยโอกาสทำให้นางเป็นของท่าน...."

บรรยากาศโดยรอบพลันกดดันขึ้นมากะทันหัน....

ชายในชุดดำหัวใจหล่นวูบ รีบร้อนคุกเข่าลงกับพื้น พลางเอ่ย "ข้าน้อยผิดไปแล้ว"

ในตอนที่เขาคุกเข่าลงนั้น บรรยากาศกดดันค่อยๆหายไป

_
TL: อู๋เฉินคนดีคนเดิม เพิ่มเติมคือมันร้ายมากกกกก *จิกหมอนขาด*

หากเจอคำผิด ช่วยกันสะกิดหน่อยนะคะ >_<~~

ปล. เคยแอบทำรวมๆตัวละครไว้ แต่ไม่ค่อยขยันเข้าไปอัพ อยู่ทางนี้ค่ะ >>link<<

Edit: อยากใส่เพิ่ม ต้นฉบับตอนนึงมีความยาวเฉลี่ยรวมเคาะบรรทัดแล้วประมาณ 1-1.5 หน้าค่ะ ถ้าแปบยืดเป็นห้าหน้าได้ยอมใจคนแปบค่ะ เราไม่สามารถจริงๆ = =


posted from Bloggeroid
แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 24/11/2016

4 comments:

  1. สองมาตรฐานชัดเลยค่ะหรูเย่วของเรา
    ว่าแต่เฉินเฉินน้อยนี่ทะลึ่งนะเนี่ยยยย
    แอบกินเต้าหู้ว่าที่ภรรยา

    ReplyDelete
  2. อื้อหืมมมม เสน่ห์ล้นเหลือจริงๆค่ะ คึๆๆๆ / แอบสงสารท่านผู้เฒ่า~~

    ReplyDelete
  3. รอวันข้าวสาร เป็นข้าวสุกอยู่ค่ะ 5555555

    ReplyDelete