Last Modified: Saturday, January 21, 2017

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 120

บทที่ 120 ความตื่นเต้นยินดีของฮูหยินเซิ่งเยว่ ตอนที่2


“ท่านพี่” ฮูหยินเซิ่งเยว่กำแขนเสื้อของเซียวเทียนอวี่จนแน่น เธอเอ่ยถามพร้อมประกายน้ำตา “ท่านว่าลูกสาวของเราจะโกรธเคืองพวกเราหรือไม่? นี่ก็ผ่านมาสิบห้าปีแล้ว ไม่รู้ว่าที่ผ่านมานางมีชีวิตอย่างไร บางทีนางอาจจะใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก หลังแยกจากพวกเราไปสิบห้าปี นางจะยอมรับข้าหรือไม่? หากไม่เป็นเพราะพวกเรา นางคงไม่ถูกคนตระกูลหนานกงลักพาไป...”

“ไม่หรอก…” เซียวเทียนอวี่ลูบหลังเธอเบาๆพลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ลูกสาวของพวกเราไม่ถือโทษหรอก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าร้องไห้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง นางต้องอยากพบเจ้าเป็นแน่ ยิ่่งไปกว่านั้น ตอนที่่เราแต่งงานกัน ข้าเคยรับปากว่าชั่วชีวิตนี้จะมีเจ้าเพียงคนเดียว ต่อให้ตาแก่หนังเหนียวในตระกูลกดดันมากแค่ไหน ข้าก็จะไม่ผิดสัญญาต่อเจ้า ปล่อยให้ท่านพ่อจัดการกับตาแก่พวกนั้นก่อนที่เราจะพบลูกสาวของเรา ข้าไม่อยากให้นางกลับบ้านมาแล้วเจอกับเรื่องยุ่งยาก”

“ท่านพี่…” ฮูหยินเซิ่งเยว่รู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก หากสามารถตามหาลูกสาวของเธอจนพบ ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้ว

“ท่านพี่ วางใจเถอะ ข้าในวันนี้ไม่เหมือนกับตัวข้าในตอนที่เพิ่งแต่งงานกับท่านเมื่อวันวานแล้ว ข้าได้รับพลังจากจิตวิญญาณน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งเซิ่งจิ้ง และได้รับฐานะฮูหยินเซิ่งเยว่ นั่นทำให้ตระกูลเซียวกลายเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในเซิ่งจิ้ง ดังนั้นตาแก่พวกนั้นไม่กล้ากดดันให้ท่านรับอนุอีกต่อไป หากลูกสาวของเรากลับมา ผู้ใดกล้ารังแกนางนั่นหมายความว่าพวกเขาไม่เคารพข้า เพียงแต่…”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของฮูหยินสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เธอใช้มือทุบหน้าอกของเซียวเทียนอวี่ พลางคลี่ยิ้ม “ท่านต้องเตือนท่านพ่อว่าตาแก่พวกนั้นอาศัยความอาวุโสของตนทำอะไรตามอำเภอใจ อย่าลืมว่าใครคือประมุขที่แท้จริง ข้ายังจำสีหน้าพวกนั้นตอนที่พยายามกดดันให้ท่านรับอนุได้ นึกแล้วยังขยะแขยงจนถึงวันนี้”

ยิ่งไปกว่านั้น หากตาแก่พวกนี้ไม่เข้ามาขัดขวาง เมื่อสิบห้าปีก่อนท่านพี่ของเธอคงได้ฆ่าล้างตระกูลหนานกงชั่วช้านั่นไปแล้ว

เหุผลของคนพวกนั้นเพียงแค่รักษาความสงบและความปรองดองของเซิ่งจิ้ง พวกเขากล้าทำร้ายลูกสาวของเธอ เพียงฆ่าให้ตายก็คงสบายเกินไป เธอต้องการให้คนพวกนั้นมีชีวิตที่เหมือนตายทั้งเป็น

“อวี้เอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงสนใจตาแก่พวกนั้นเหลือเกิน? ข้าไม่ใช่ลูกชายของพวกเขาเสียหน่อย เมื่อตอนนั้นพ่อแม่ของข้าก็อยู่ข้างเราไม่ใช่หรือ?” เซียวเทียนอวี่จับมือของฮูหยินเซิ่งเยว่ คลี่ยิ้มปลอบโยน “ตกลง ข้าจะไปตามหาท่านพ่อให้เขาจัดการเรื่องในตระกูลให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้อำนาจตาแก่พวกนั้นมากเกินไป พวกเขาจะได้ไม่ลืมฐานะตัวเอง หากพวกเขากล้าสร้างปัญหาให้ลูกสาวของเราล่ะก็….”

นัยน์ตาของเซียวเทียนอวี่เปล่งประกายเยียบเย็นวูบหนึ่ง “ข้าไม่ถือที่จะช่วยท่านพ่อกำจัดคนเหล่านี้จากตระกูล ไม่ว่าใครก็ไม่อาจรังแกลูกรักของเราได้”

“อย่างนั้นข้าจะไปกับท่านด้วย ข้าออกไปข้างนอกไม่ได้เจอท่านพ่อมาพักใหญ่แล้ว จริงสิ ท่านพี่ ข้าเพิ่งรับลูกสาวบุญธรรมมาคนหนึ่ง เห็นนางทีไรแล้วข้านึกถึงลูกสาวที่น่าสงสารของข้าทุกที ถึงอย่างนั้นโชคชะตาก็นำพาให้เราได้พบกัน แถมนางยังช่วยชีวิตชิงชิงเอาไว้…”

หลังจากนั้นฮูหยินเซิ่งเยว่ก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้แก่เซียวเทียนอวี่

อาจเป็นเพราะว่าในที่สุดก็ค้นพบเบาะแสของลูกสาวตน ฮูหยินเซิ่งเยว่จึงคลายความกังวล เธอเปล่งประกายกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา ทำให้เซียวเทียนอวี่อดคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้

พวกเขาเพียงแต่หวังว่าเบาะแสนี้เป็นเรื่องจริง ตระกูลของเขาไม่อาจทนการสั่นคลอนได้อีกต่อไป...

posted from Bloggeroid

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 119

บทที่ 119 ความตื่นเต้นยินดีของฮูหยินเซิ่งเยว่ ตอนที่1


ตระกูลเซียวแห่งเซิ่งจิ้ง

ฮูหยินเซิ่งเยว่เมื่อได้ยินลูกน้องของเธอรายงานก็ผุดลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงของสั่นเครือ “เจ้า…. เจ้าพูดจริงหรือ? เจ้ารู้ที่อยู่ของลูกสาวของข้า?”

เธอตามหาลูกสาวที่หายไปมาแสนนาน ในที่สุดก็พบเสียที...

“ท่านพี่ ท่านได้ยินหรือไม่? เขาบอกว่ารู้ที่อยู่ลูกสาวของเรา ลูกสาวที่น่าสงสารของข้า” ฮูหยินเซิ่งเยว่จับแขนเสื้อของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง เธอรู้สึกตื้นตันใจจนหลั่งน้ำตาออกมา

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านข้างฮูหยินเซิ่งเยว่ ความตื่นเต้นยินดีฉายชัดบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา เขาเอื้อมมือดึงร่างของหญิงสาวด้านข้างสู่อ้อมกอด พลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ข้าได้ยินแล้ว อวี้เอ๋อร์ ฟังเรื่องที่เซียวหลินต้องการบอกก่อน เซียวหลิน จงบอกพวกเรามาว่าเจ้าสืบได้อะไรมาบ้าง”

“ขอรับ นายน้อย ฮูหยินน้อย” ชายวัยกลางคนนามว่า เซียวหลิน คำนับอย่างนอบน้อม ก่อนเอ่ยด้วยด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ “ก่อนหน้านี้ พวกเราคิดมาตลอดว่าคุณหนูใหญ่อยู่ในเซิ่งจิ้ง ดังนั้นพวกเราจึงได้ตามหานางในเซิ่งจิ้งมาตลอด แต่จากที่ข้าสืบทราบมา เมื่อปีนั้นคนของตระกูลหนานกงต้องการฆ่าคุณหนูใหญ่เพื่อแก้แค้นนายน้อยและฮูหยินน้อย ข้ารับใช้คนหนึ่งทนไม่ได้จึงได้ลักลอบพาคุณหนูใหญ่ไปที่บ้านหลังหนึ่งในดินแดนอื่น และให้เจ้าของบ้านนั้นประกาศว่าคุณหนูนั้นเป็นลูกสาวแท้ๆของตน บังเอิญว่าฮูหยินของตระกูลนั้น คลอดบุตรยาก และทารกเสียชีวิตตั้งแต่คลอดพอดี พวกเขาจึงนำคุณหนูใหญ่มาสับเปลี่ยนแทน เมื่อข้ารับใช้ผู้นั้นกลับมาก็รายงานว่าคุณหนูใหญ่ถูกเขาสังหารไปเรียบร้อยแล้ว เวลานี้พวกเรามีเบาะแสเพียงเล็กน้อย ยังไม่แน่ใจนัก…”

“อย่างนั้นก็ดี…” ฮูหยินเซิ่งเยว่ทิ้งกายลงในอ้อมกอดของนายน้อยตระกูลเซียว ร่างกายบอบบางของเธอสั่นเทาอย่างตื่นเต้น “ข้าเคยบอกแล้วว่า ลูกสาวของเราเพียงแค่หายไป นางยังไม่ตาย ข้ารู้จักลูกสาวของข้าดี ต่อให้นางไม่อยู่ข้างกายข้า แต่สัมพันธ์ทางสายเลือดไม่อาจตัดขาด นางต้องยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งเป็นแน่”

เมื่อสิบห้าปีก่อน คุณหนูใหญ่ของตระกูลหนานกงตกหลุมรักนายน้อยตระกูลเซียว เซียวเทียนอวี่ แต่ตอนนั้นเซียวเทียนอวี่มีภรรยารักและลูกอยู่แล้ว สองสามีภรรยารักใคร่กันมาก ถึงอย่างนั้นคุณหนูใหญ่ตระกูลหนานกงก็ยังยอมทิ้งศักดิ์ศรี ยอมเป็นอนุเพียงเพื่อได้อยู่เคียงข้างเขา ถึงอย่างนั้นเซียวเทียนอวี่ก็บอกนางอย่างชัดเชนว่าชั่วชีวิตนี้จะแต่งภรรยาเพียงคนเดียว

หนึ่งคู่ครองไปชั่วชีวิต...

คุณหนูใหญ่ตระกูลหนานกงเปลี่ยนความรักเป็นความเกลียดแค้น เมื่อฮูหยินเซิ่งเยว่ตั้งครรภ์อีกครั้งและให้กำเนิดเด็กผู้หญิงคนหนึ่งออกมา คุณหนูใหญ่ก็ส่งคนแทรกซึมเข้ามาในตระกูลเซียวและลอบขโมยทารกผู้นั้นไป จากนั้นก็ประกาศว่าเด็กทารกผู้นั้นตายด้วยเงื้อมมือนาง เซียวเทียนอวี่โกรธจัดคว้ากระบี่ บุกเข้าไปในตระกูลหนางกงด้วยตัวคนเดียว พร้อมอาละวาดเข่นฆ่าล้างตระกูลหนานกงจนย่อยยับ

หากว่าพวกตาแก่หนังเหนียวของตระกูลเซียวไม่มาห้ามเขาเอาไว้ เกรงว่าตระกูลหนานกงคงถูกฆ่าล้างตระกูลไปแล้ว

ไม่ว่าผู้อื่นจะพูดอย่างไร ฮูหยินเซิ่งเยว่ก็ยังคงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าลูกสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่ตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้นเธอจึงส่งคนออกตามหานางไปทั่วเซิ่งจิ้ง ถึงอย่างนั้นตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมาก็ไม่พบเบาะแสแม้แต่น้อย

ใครจะคาดคิดว่าลูกสาวของเธอไม่ได้อยู่ในเซิ่งจิ้ง แต่กลับถูกพาไปยังดินแดนภายนอกอย่างลับๆ?

“อวี้เอ๋อร์ วางใจเถอะ ลูกสาวของเราต้องกลับมา และบางทีลูกของเราอาจจะเติบโตเป็นสาวงามก็เป็นได้” เซียวเทียนอวี่ปลอบฮูหยินเซิ่งเยว่พลางหัวเราะออกมา หัวใจของเขายังรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย “เซียวหลิน ไปสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง ไม่ว่าอย่างไร ข้าต้องได้พบลูกสาวสุดที่รักของข้า”

ไม่ว่าจะเป็นฮูหยินเซิ่งเยว่ หรือ เซียวเทียนอวี่ ต่างก็กระวนกระวายอยากพบลูกสาวที่หายไปโดยเร็ว

posted from Bloggeroid

Last Modified: Thursday, January 19, 2017

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 118

บทที่ 118 พี่น้องตระกูลมู่ผู้อาภัพ


“สาวน้อย ข้าจำเป็นต้องกลับสำนักชิงหยุนแล้ว หากอาวุโสจ้าวยังคงรั้งอยู่ในเมืองเฟิ่งเฉิง ถ้าเจ้ามีเรื่องอันใดให้ช่วยเหลือก็ไปหาเขาได้ เพียงแต่…” อู๋หวีจ้องมองหัวหน้าสมาคมพลางกลั้วหัวเราะ “แต่ด้วยตำแหน่งผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของเจ้า คงจะไม่มีผู้ใดกล้ามีปัญหากับเจ้าหรอก”


ทั่วทั้งสี่แคว้น ผู้ที่มีอำนาจเหนือสมาคมโอสถมีเพียงเซิ่งจิ้ง (ดินแดนศักดิ์สิทธิ์) อันลึกลับ

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ภายในเซิ่งจิ้งนั้น ตระกูลเซียวคือตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุด เขาได้ยินมาว่าลูกศิษย์ของเขามีความสัมพันธ์กับฮูหยินน้อยตระกูลเซียว หากสามารถสนิทสนมกับนางได้ ต่อให้เป็นผู้กล้าจากถิ่นกำเนิดในดินแดนภาคกลางก็ต้องให้ความเกรงใจอยู่หลายส่วน


เมืองเฟิ่งเฉิง ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงนับจากมู่หรูเยว่จากไป แต่ในช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่นั้น บุตรสาวทั้งสองของตระกูลมู่นั้นมีชีวิตยิ่งกว่าตายทั้งเป็น

ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปเลยตั้งแต่มู่หรูเยว่จากเมืองเฟิ่งเฉิงไป เว้นแต่ในระหว่างที่เธอไม่อยู่นั้น ลูกสาวทั้งสองของตระกูลมู่มีชีวิตเลวร้ายยิ่งกว่าตายเสียอีก


มู่ถิงเอ๋อร์ผู้นั้นอยากแต่งงานกับเย่เทียนเฟิงไม่ใช่หรือ? ก่อนที่เทียนหยวนจะจากเมืองเฟิ่งเฉิง เขายกถิงเอ๋อร์ให้เป็นอนุเล็กๆคนหนึ่งของเย่เทียนเฟิง ถึงแม้ตระกูลมู่จะรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาจะกล้าขัดคำสั่งของท่านอาจารย์เทียนหยวนได้อย่างไร?


เดิมทีพวกเขาคิดว่าการที่มู่ถิงเอ๋อร์ได้กลายเป็นคนติดตามของเทียนหยวนนั้นเป็นหนทางอันรุ่งโรน์ของตระกูลมู่ ใครจะคาดคิดว่าเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ได้?

จนถึงตอนนี้ พวกเขายังไม่ทราบว่า เทียนหยวนให้มู่ถิงเอ๋อร์ทานยาอะไรเข้าไป ทำให้นางไม่อาจกำเนิดบุตรได้อีก หรือพูดอีกนัยคือชีวิตของมู่ถิงเอ๋อร์นั้นจบสิ้นลงแล้ว

ภายในตำหนักจิ่ง นางเป็นเพียงแค่อนุคนเล็กๆขององค์รัชทายาท แรกเริ่มนางต้องการยกฐานะตัวเองด้วยการให้กำเนิดบุตรของเย่เทียนเฟิง แต่โอกาสเช่นนั้นถูกเทียนหยวนทำลายตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ใครให้ตระกูลมู่ต่ำช้าสร้างปัญหาให้เขากันเล่า? หากไม่เป็นเพราะตระกูลต่ำช้านี่ เขาจะลงเอยด้วยการล่วงเกินท่านอาจารย์อู๋หวีหรือ?

ดังนั้นความโกรธแค้นในใจของเทียนหยวนจึงมาลงที่มู่ถิงเอ๋อร์

เมื่อเทียบกับมู่ถิงเอ๋อร์แล้ว มู่อี้เสี่ยยังมีชีวิตอาภัพยิ่งกว่าเธอเสียอีก

เมื่อไม่นานมานี้ นางถูกลอบวางยาโดยไม่รู้ตัว ทำให้พลาดพลั้งมีอะไรกับหมิงเสียงคนรับใช้หนุ่ม หลังจากนั้นนางก็ถูกเขาตามรังควานและตักตวงผลประโยชน์จากนางทุกค่ำคืน ไม่รู้ว่าหมิงเสียงผู้นี้ใช้ยาอะไร แต่ทุกครั้งที่นางสูดกลิ่นเข้าไป ร่างกายของนางก็จะไร้เรี่ยวแรง ด้วยเหตุนั้นนางจึงกลายเป็นแค่ลูกแกะที่รอให้ขย้ำ

นางเคยส่งคนไปลอบสังหารหมิงเสียง แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดคนเหล่านั้นจึงไม่เคยกลับมา เช่นนั้นแล้วนางจึงได้แต่ถูกคนรับใช้ต่ำช้าผู้นั้นรังควานทุกค่ำคืน

แน่นอนว่ามู่อี้เสี่ยนั้นไม่ทราบว่าเย่อู๋เฉินเป็นผู้บงการเรื่องนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่อย่างนั้นหมิงเสียงจะบังเอิญปรากฏตัวอยู่ที่นั่นได้อย่างไร?

แต่ไหนแต่ไรมาชายผู้นั้นเป็นพวกนิสัยใจคอโหดเหี้ยม  ไม่เคยมีความคิดที่จะรักหยกถนอมบุปผาเลยแม้แต่น้อย

“เสี่ยเอ๋อร์ เหตุใดช่วงนี้สีหน้าเจ้าถึงดูไม่ค่อยดีนัก?” มู่ชิงจ้องมองมู่อี้เสี่ยพลางขมวดคิ้ว หลายวันมานี้เขามัวแต่ยุ่งกับเรื่องอื่นจนละเลยบุตรสาวผู้นี้

มู่อี้เสี่ยขบริมฝีปากสีชมพู ใบหน้าซีดเซียวเผยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไร ท่านพ่อรู้หรือไม่ว่าตอนนี้มู่หรูเยว่อยู่ที่ไหน?

เธอย่อมไม่บอกเรื่องนี้ให้ท่านพ่อรู้เป็นอันขาด เพราะด้วยนิสัยของท่านพ่อไม่ว่าเขาจะตามใจเธอแค่ไหน เขาต้องจับนางแต่งงานกับคนรับใช้ผู้นั้นแน่นอน

ด้วยฐานะสูงส่งของเธอ จะให้แต่งกับคนรับใช้ได้อย่างไร?

“อย่าเอ่ยเรื่องของหญิงคนนั้น!” มู่ชิงสีหน้าถมึงทึง เขาแค่นเสียงพลางเอ่ย “ข้าจะถือว่าไม่เคยมีลูกสาวอกตัญญูอย่างนาง ยิ่งไปกว่านั้น หากเมื่อปีนั้นข้าไม่...”

เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ มู่ชิงก็รู้สึกว่าตนได้พลั้งปากออกไป เขารีบหุบปากเงียบ เรื่องเมื่อปีนั้นต้องไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้เป็นอันขาด ต่อให้คนผู้นั้นจะเป็นลูกสาวแท้ๆก็ตาม
posted from Bloggeroid