Last Modified: Monday, February 20, 2017

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 138

บทที่ 138 พวกเราแต่งงานกันเถิด ตอนที่2


“มู่เอ๋อร์ เจ้าเป็นคนแรกที่ล่วงรู้สถานะของกุ่ยหวังแล้วไม่ดูแคลนข้า” เย่อู๋เฉินค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา สายตาของเขาจ้องมองไปยังเด็กสาวในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน

เขายังจดจำนัยน์ตาอันเปล่งประกายเจิดจ้าของนางในคราแรกที่พบนางได้ สายตาของนางนั้นไม่มีแม้เพียงเศษเสี้ยวของความดูแคลนหรือถากถางแม้แต่น้อยยิ่งไปกว่านั้นนางไม่แสดงความเวทนาสงสาร และปฏิบัติกับเขาเช่นเดียวกับคนธรรมดาคนหนึ่ง

เขายังจดจำคำพูดของเด็กสาวในครานั้นได้ดี

นางกล่าวว่าตราบใดที่เขาไม่คิดว่าตัวเองโง่เง่า อย่านั้นเขาก็ไม่ใช่คนโง่เง่า...

“หลังจากนั้น คงเป็นเพราะข้ารู้สึกสนใจเจ้าจึงได้ลองสืบประวัติของเจ้าดู แม้ว่าสำนักชิงหยุนจะเก็บข่าวคราวของเจ้าไว้อย่างมิดชิด แต่ด้วยอิทธิพลของตำหนักกุ่ยแล้วมีหรือจะสืบค้นไม่สำเร็จ? หลังจากได้รู้ระดับพรสวรรค์และรู้ว่าเจ้าได้กลายเป็นศิษย์ของหัวหน้านักปรุงยาสำนักชิงหยุนแล้ว สวามีเจ้าจึงเริ่มเข้าใจชายา”

เมื่อนึกถึงผลการสืบค้นเมื่อครั้งนั้น สายตาของเย่อู๋เฉินจึงอ่อนโยนลง เขาโอบร่างเด็กสาวไว้หลวมๆ พลางเอ่ย “หากเป็นผู้อื่น หลังจากได้เป็นศิษย์ของหัวหน้านักปรุงยาสำนักชิงหยุนแล้วล่ะก็คงป่าวประกาศใหญ่โต ไม่เช่นนั้นก็คงอาศัยอิทธิพลของสำนักมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่เจ้ากลับทำตรงกันข้าม ต้องการเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและปีนป่ายขึ้นมาด้วยกำลังของตัวเอง”

ถึงแม้ว่าครั้งล่าสุดนางให้อาวุโสจ้าวเดินทางมาที่วังหลวง หากไม่เป็นเพราะเขาอยู่ในวังหลวงเมื่อครานั้น นางคงไม่คิดออกมาเผชิญหน้าและเปิดเผยเรื่องนี้ออกมา

เด็กสาวผู้นี้ไม่ใช่คนที่ชอบพึ่งพากำลังของคนอื่น เช่นเดียวกับตอนที่นางต่อสู้กับหลิงเย่ แน่นอนว่านางสามารถให้เหยียนจิ้นหรือเขาจัดการอย่างง่ายดาย แต่นางกลับเลือกวิธีที่เสี่ยงอันตรายกว่า

ด้วยการใช้พละกำลังของตัวเองเอาชนะคนผู้นั้น

ถึงอย่างนั้นนางเองก็มิใช่คนดื้อรั้นเสียทีเดียว นางรู้ขีดความสามารถของตัวเองในเวลานี้เป็นอย่างดี หากว่าต้องเผชิญกับศัตรูที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตน นางจะยอมห้ผู้อื่นจัดการแทน เช่นเดียวกับอาจารย์ของหลิงเย่และผู้กล้าจากสำนักเซิ่งหนวี่...

หากว่านางยืนกรานที่จะต่อสู้กับผู้กล้าเหล่านั้น นั่นมิใช่ความกล้าหาญ แต่เป็นความโง่เง่า เช่นนั้นแล้วนางจึงรู้ตัวเองดีว่าควรทำอย่างไร...

ได้พบเจอผู้หญิงเช่นนี้ เขาจะไม่ตกหลุมรักได้อย่างไร?

“อู๋เฉิน หากข้าบอกท่านว่า ข้าเป็นแค่จิตวิญญาณดวงหนึ่ง ท่านยังจะแต่งข้าเป็นภรรยาหรือไม่?” มู่หรูเยว่เงยหน้ามองชายหนุ่ม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าเป็นแค่จิตวิญญาณดวงหนึ่งที่มาจากมิติอื่น ไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในร่างของมู่หรูเยว่ได้อย่างไร ว่ากันตามตรงแล้ว ข้าไม่ใช่มนุษย์ วันหนึ่งข้าอาจสามารถกลับไปยังดินแดนที่ข้าจากมา เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านยังต้องการข้าอยู่หรือไม่?

เย่อู๋เฉินคลี่ยิ้มมุมปากเผยรอยยิ้มงดงามหาที่เปรียบออกมา ชายหนุ่มผู้นี้หล่อเหลาเสียจนแค่เพียงเขาคลี่ยิ้มออกมาก็สามารถช่วงชิงจิตวิญญาณผู้คนอย่างง่ายดาย

“นี่ไม่ใช่โชคของสวามีที่ค้นพบเจ้าที่พิเศษเช่นนี้จนเจอหรอกหรือ?” เย่อู๋เฉินโอบร่างนางจนแน่น พลางเอ่ยเย้า “เด็กโง่ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นมนุษย์ อสูร ปีศาจ หรือกระทั่งภูตผี ล้วนไม่เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเจ้าคือชายาของข้า เย่อู๋เฉิน หญิงสาวที่ข้าจะดูแลปกป้องไปชั่วชีวิต หากว่าเจ้าคือจิตวิญญาณดวงหนึ่งและสวรรค์ต้องการแย่งชิงเจ้าไป อย่างนั้นข้าจะต่อต้านสวรรค์ ต่อให้เป็นสวรรค์ก็ไม่มีอำนาจมาพรากเจ้าไป”

ยามที่เขาเอ่ยประโยคนั้น คิ้วของเขาพาดขึ้น น้ำเสียงของเขาฟังดูเผด็จการและแฝงไปด้วยกลิ่นอายหยิ่งผยอง แตกต่างจากยามทั่วไป

หากต้องต่อต้านสวรรค์แล้วอย่างไร? หากว่าสามารถทำให้นางอยู่ข้างกายเขาต่อไป อย่างนั้นเขาก็ไม่สนใจว่าต้องกระทำเช่นนั้น...

------
ป่ะๆ กลับบ้านนอนกันค่ะ ปิดไฟรอดูปู่ตง ฮือๆ
posted from Bloggeroid

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 137

บทที่ 137 พวกเราแต่งงานกันเถิด ตอนที่1


“อู๋เฉิน ที่นางพูดเป็นเรื่องจริงหรือ?” มู่หรูเยว่ยกศีรษะขึ้นจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม นัยน์ตาของนางฉายแววประหลาดใจ

เย่อู๋เฉินดึงร่างของเด็กสาวมากอดโดยให้ศีรษะของนางซบที่แผ่นอกของเขา เขาใช้นิ้วเรียวยาวลูบผมสีดำขลับของนาง มุมปากของเขาพลันคลี่ยิ้มออกมา

“มู่เอ๋อร์ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลไป ให้เป็นหน้าที่สวามีเจ้าเถิด”

มู่หรูเยว่ซบแผ่นอกเขาอย่างเงียบเชียบ ชั่วขณะนั้น นางได้ยินถึงเสียงหัวใจที่เต้นอย่างมั่นคง ยามที่นางอยู่ในอ้อมกอดของเขานั้นราวกับมีกระแสความอบอุ่นส่งผ่านมาที่หัวใจ

นางมีสิทธิพิเศษอันใดจึงได้รับการปฎิบัติเช่นนี้จากเย่อู๋เฉิน?

“อู๋เฉิน” นางค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม พลางเอ่ยเสียงอ่อนโยน “พวกเราแต่งงานกันเถิด...”

ความเงียบเข้าปกคลุม...

ทั่วทั้งห้องพลันเงียบสงัด และเต็มไปด้วยบรรยากาศไม่คุ้นชิน

เย่อู๋เฉินตกตะลึงไปชั่วขณะ เขารู้สึกแปลกใจอย่างมากจึงได้แต่จ้องมองมู่หรูเยว่อย่างโง่งม “มู่เอ๋อร์ เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ? ช่วยพูดอีกครั้งหนึ่งได้หรือไม่?”

มู่หรูเยว่กลั้วหัวเราะ พลันเอ่ยอีกครั้งหนึ่ง “ข้าบอกว่า พวกเราแต่งงานกันเถิด”

ครั้งนี้เย่อู๋เฉินมั่นใจแล้วว่าเขาไม่ได้หูฝาดไปเอง เขากอดมู่หรูเยว่อย่างตื่นเต้น ใบหน้าหล่อเหลานั้นฉายแววยินดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“มู่เอ๋อร์ เจ้ายอมแต่งให้ข้าแล้วหรือ? ในที่สุดเจ้าก็ยอมแต่งงานกับข้าแล้ว? อย่างนั้นพวกเราแต่งงานกัยเดี๋ยวนี้เลยเถิด ข้าจะให้คนไปจัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธี”

เมื่อได้เห็นสีหน้าตื่นเต้นของชายหนุ่ม มู่หรูเยว่ยิ่งรู้สึกขบขันขึ้นมา “เหตุใดต้องรีบร้อนเพียงนี้ด้วย? การแต่งงานต้องจัดเตรียมมากมาย เช่น วันเดือนปีเกิด ฤกษ์มงคล ยังมี...”

คำพูดต่อจากนั้นของนางถูกหยุดด้วยจุมพิตของเย่อู๋เฉิน

แพขนตาของมู่หรูเยว่สั่นไหวเล็กน้อยก่อนค่อยๆหลับตาลง มือทั้งสองโอบเอวของชายหนุ่มอย่างแนบแน่น มัวเมากับจุมพิตที่เต็มไปด้วยความเสน่หาไม่รู้จบ

เย่อู๋เฉินกังวลว่าจะทำให้นางเจ็บ จุมพิตของเขานั้นจึงอ่อนโยนและระมัดระมังอย่างมาก เขาละเลียดชิมความหอมหวานจากเด็กสาว ฝ่ามือใหญ่ลูบแผ่นหลังของนางสัมผัสอุณหภูมิของร่างเด็กสาวผ่านทางเนื้อผ้าบางๆ

หญิงสาวผู้นี้คือผู้หญิงที่เขาจะปกป้องไปชั่วชีวิต เพียงเพื่อนางแล้ว ไม่ต้องพูดถึงละทิ้งแผนการทั้งหมดที่วางไว้ ต่อให้ต้องพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน แล้วอย่างไร?

“มู่เอ๋อร์” เย่อู๋เฉินค่อยๆปล่อยร่างเด็กสาวในอ้อมกอด พลันคลี่ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ นัยน์ตาของเขาแฝงไปด้วยความรักใคร่อ่อนโยน พลางเอ่ย “ชั่วชีวิตนี้ ข้า เย่อู๋เฉิน จะไม่ทำให้เจ้าเสียใจเป็นอันขาด”

มู่หรูเยว่เงยหน้ามองเขา พลันกลั้วหัวเราะ “ข้าเชื่อท่าน หากวันหนึ่งท่านผิดคำสัญญา ข้าไม่ถือที่จะหย่าขาดจากท่าน สามีของข้า มู่หรูเยว่ ชั่วชีวิตนี้มีข้าได้เพียงคนเดียว ไม่เสเพลเกลือกกลั้วกับเชื้อโรคไปทั่ว ข้าไม่ต้องการให้ผู้ชายที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคอยู่เคียงข้างข้า หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ข้าคงทำได้แค่เพียงหย่าขาดเท่านั้น”

เย่อู๋เฉินลูบเรือนผมของนาง และก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่ง เขาดูต่างกับเทพอสูรไร้หัวใจเมื่อยามเผชิญหน้ากับเตี๋ยอีโดยสิ้นเชิง เขาในยามนี้มีเสน่ห์สะกดสายตา อ่อนโยนเสียจนหลอกล่อให้ผู้คนหลงในมนต์เสน่ห์ของเขา

“สวามีเจ้าไม่เปิดโอกาสให้เจ้าได้หย่าขาดหรอก ชั่วชีวิตนี้ นอกจากเจ้าแล้ว จะมีหญิงอื่นในสายตาได้อย่างไร? ชั่วชีวิตนี้มีเพียงเจ้าคนเดียวก็พอแล้ว”

นัยน์ตาของเขาดูอ่อนโยนราวกับสายน้ำ สายตานี้มีไว้เพื่อหญิงสาวคนเดียวเท่านั้น

มู่หรูเยว่พลันรู้สึกประทับใจขึ้นมา นางเอนร่างพิงแผ่นอกของชายหนุ่ม นางคลี่ยิ่มพลางเอ่ย “อู๋เฉิน ท่านเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่หวั่นไวกับหญิงคนใดง่ายๆ เหตุใดท่านถึง…”

นางไม่ได้เอ่ยต่อ แต่ถึงอย่างนั้นเย่อู๋เฉินก็เข้าใจความคิดของนาง
posted from Bloggeroid

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 136

บทที่ 136 โทสะของเย่อู๋เฉิน ตอนที่3


“สวามีเจ้าเคยบอกไปแล้วมิใช่หรือ ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเจ้า ข้ายินดีเป็นแค่คนโง่คนหนึ่ง” เย่อู๋เฉินโอบร่างมู่หรูเยว่ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น มุมปากคลี่ยิ้มอ่อนโยน หากนัยน์ตากลับฉายแววตรงกันข้าม “ชายา นี่ไม่ใช่เวลาที่พวกเราควรสะสางเรื่องนี้หรือ?”

เขาไม่กล้าคิดเลยจริงๆว่าหากเมื่อคืนเขาไม่ได้มาที่นี่ผลลัพธ์จะออกมาเช่นไร

เขาไม่อาจลืมรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนร่างของนาง นางต้องทำร้ายตัวเองเพื่อให้ความเจ็บปวดนั้นช่วยคงสติของตัวเองเอาไว้ ด้วยเหตุนั้นแล้วเขาจะไม่รู้สึกปวดใจได้อย่างไร?

เมื่อนึกถึงหญิงสาวที่ใช้แผนชั่วร้ายกับมู่หรูเยว่ นัยน์ตาของเย่อู๋เฉินก็เปล่งประกายอำมหิตวูบหนึ่ง “หยุนหาน นำตัวหญิงผู้นั้นมาให้เรา!”

“ทราบแล้ว นายท่าน”

เมื่อคำพูดนั้นกล่าวจบ หยุนหานก็นำตัวหญิงสาวชุดดำเข้ามา ในชั่วขณะที่ผ้าซึ่งคลุมปิดใบหน้าของหญิงสาวร่วงลงมาและเผยใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้น สีหน้าของเย่อู๋เฉินพลันเคร่งขรึมขึ้น

“เตี๋ยอี ดูเหมือนว่าเจ้าขัดคำสั่งของเราอีกแล้ว”

น้ำเสียงที่แฝงด้วยความอำมหิตของชายหนุ่มนั้นทำให้ร่างของเตี๋ยอีสั่นเทา

“นายท่าน เตี๋ยอีทราบความผิดแล้ว ขอนายท่านโปรดมอบความตายที่รวบรัดด้วยเถิด”

เตี๋ยอีคุกเข่าและโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างรุนแรง หน้าผากของนางซีดเผือดและมีเลือดไหลออกมาจากมุมหนึ่งของหน้าผาก ย้อมใบหน้าของนางครึ่งหนึ่งเป็นสีแดง

“รวบรัด? เราจะให้เจ้าตายอย่างรวบรัดได้อย่างไร? ดูเหมือนว่างูในถ้ำอสรพิษนั้นไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว เจ้าจงไปที่นั่นเป็นอาหารงูซะ”

เย่อู๋เฉินจ้องมองเตี๋ยอีด้วยสีหน้าดำทะมึน ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรของเขายามนี้แฝงด้วยประกายอำมหิต เขาพูดประโยคเหล่านั้นอย่างไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องไม่สลักสำคัญเรื่องหนึ่ง

“ไม่นะ!” เตี๋ยอีกรีดร้องออกมา

งูในถ้ำอสรพิษนั้นจะไม่กลืนกินเหยื่อในรวดเดียว แต่จะค่อยๆทรมาณเหยื่อให้ตายอย่างช้าๆแล้วค่อยฉีกกระชากออกมาแบ่งกัน นางยินดีตายใต้คมดาบเสียดีกว่าเข้าไปในถ้ำอสรพิษนั่น

“นายท่าน ที่ข้าน้อยกระทำไปก็เพื่อท่าน เพื่อนายหญิงแล้ว ท่านยอมเปิดเผยความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อดึงความสนใจของสำนักเซิ่งหนวี่มาที่ตัวท่าน นายท่านถึงกับยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อให้พวกเขาเลิกสนใจนายหญิง แต่หากร่างกายของนายหญิงไม่บริสุทธิ์อีกต่อไปแล้วล่ะก็ ประมุขสำนักเซิ่งหนวี่ย่อมหมดความสนใจในตัวนาง นายท่านไม่ยอมใช้วิธีง่ายดายเช่นนี้แต่กลับเลือกวิธีที่เสี่ยงอันตรายแทน ข้าน้อยไม่อาจทนเห็นท่านเผชิญอันตรายจึงกระทำบุ่มบ่ามเช่นนี้ ขอนายท่านโปรดเห็นใจมอบความตายที่รวบรัดแก่ข้าน้อยด้วยเถิด”

เตี๋ยอีโขกศีรษะลงกับพื้นอีกครั้ง นางจึงไม่ทันสังเกตสีหน้าที่เข้มขึ้นของเย่อู๋เฉิน

“หยุนหาน นำตัวนางไป” เย่อู๋เฉินจ้องมองเตี๋ยอีด้วยแววตาเยียบเย็น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่มีแม้เศษเสี้ยวของอารมณ์ใดๆ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงความสงสาร

“ไม่นะ! นายท่าน ยกโทษให้เตี๋ยอีด้วย เตี๋ยอีทราบความผิดแล้ว เตี๋ยอีหลงรักนายท่านอย่างลึกล้ำ เหตุใดนายท่านทำกับเตี๋ยอีเช่นนี้? เตี๋ยอียินดีเป็นข้าทาสต่ำต้อยดูแลรับใช้นายท่านและไม่หวังฐานะใดๆ ขอนายท่านโปรดยกโทษให้เตี๋ยอีด้วย”

เตี๋ยอีลุกขึ้นตั้งใจจะจับชายเสื้อของเย่อู๋เฉิน แต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้นางก็ถูกถีบออกมา

เย่อู๋เฉินสะบัดชายเสื้อ นัยน์ตาของเขาฉายแววเยียบเย็น “ยอมเป็นข้าทาสต่ำต้อยดูแลรับใช้เรา? เจ้ามีสิทธิ์อันใด? ข้างกายของเรามีหญิงสาวเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ต่อให้เป็นชาติหน้า ผู้ที่อยู่ข้างกายเราได้มีแต่นางเพียงคนเดียว ดูเหมือนว่าแค่โยนเจ้าไปในถ้ำอสรพิษจะสบายเกินไป หยุนหาน นำนางไปที่หอลงทัณฑ์ก่อนหนึ่งร้อยวัน จากนั้นค่อยโยนนางเข้าถ้ำอสรพิษ! จำให้ดี ก่อนโยนนางเข้าถ้ำอสรพิษห้ามปล่อยให้นางตายเป็นอันขาด”

เตี๋ยอีทรุดร่างลงกับพื้นปล่อยให้หยุนหานพานางไปโดยไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย

---------
อ่อย โดนหวัดหาม นอนเปื่อยทั้งวันเพิ่งได้แปลต่อ เดี๋ยวมาลงต่อนะคะ รอคนพรูฟแปบนุง สามชาติก็ยังไม่ได้ดู นี่เขาได้กันถึงไหนต่อไหนแล้ว โอยย รู้สึกตกข่าว เห็นสปอยมาแต่โคมไฟ 55+ #ปู่ตงของเก๊า
posted from Bloggeroid