Last Modified: Monday, November 7, 2016

หมอ​ยา​เจ้าเสน่ห์​: จอมใจ​ราชา​ปีศาจ​ บทที่​ ​49-51

บทที่49 ฉายเดี่ยว ตอนที่5

โดยปกติแล้วเย่เทียนเฟิงย่อมต้องรีบร้อนแก้ตัวให้อีกฝ่าย หากครั้งนี้เขากลับหุบปากเงียบ จ้องมองมู่ถิงเอ๋อร์ร่างเปลือยเปล่าที่อยู่บนเวที พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

สามวันก่อนเขาเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวมู่ถิงเอ๋อร์แม้ว่านางจะพูดวาจาชั่วร้ายเหล่านั้นออกมา แต่บัดนี้เรือนร่างของหญิงที่เขาตั้งใจจะแต่งงานด้วยถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ถึงแม้นางจะไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นก็ตาม แต่เมื่อแต่งงานไปแล้วหวนคิดได้ว่าชายาของเขาเคยถูกผู้ชายมากหน้าหลายตาเห็นเรือนร่าง เขาย่อมไม่พอใจ

ว่ากันตามตรงแล้วเย่เทียนเฟิงเองก็ไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไป เขายอมทนหญิงที่มีนิสัยและจิตใจชั่วร้ายได้ แต่ไม่อาจทนหญิงที่ร่วมเรียงเคียงหมอนด้วยทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ต่อหน้าสาธารณชน ตัวเขาเองยังรู้เลยว่าผู้ชายที่นี่ไม่รู้กี่คนต่างก็กำลังจินตนาการถึงฉากบนเตียงของมู่ถิงเอ๋อร์อยู่ขณะนี้

หลังจากใช้กระบวนท่ากระบี่คู่ มู่หรูเยว่รู้สึกอ่อนแรง เสื้อผ้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เนื้อผ้าแนบไปกับส่วนโค้งเว้าน่ามองของนาง

ในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นยืนอย่างโงนเงนเล็กน้อยที่เบื้องหลังของมู่หรูเยว่ เหวี่ยงหมัดที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงโจมตีใส่นาง

ผลัวะ!

การโจมตีนั้นสร้างความตื่นตะลึงให้ทุกคน ทว่ามู่หรูเยว่ราวกับมีตาหลัง เคลื่อนกายหลบไปด้านข้างเพื่อหลบการโจมตีนั้น ตามด้วยใช้เรี่ยวแรงที่ยังเหลืออยู่เตะเด็กหนุ่มอย่างสุดแรง ด้วยแรงเตะของมู่หรูเยว่ส่งร่างเขาลอยไปทางมู่ถิงเอ๋อร์

เด็กหนุ่มไม่อาจรั้งกระบวนหมัดของตัวเองกลับมาได้ทัน จึงเหวี่ยงไปโดนร่างของมู่ถิงเอ๋อร์ มู่ถิงเอ๋อร์ในขณะนี้ไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะยืน อย่าว่าแต่ตั้งรับกระบวนหมัดของอีกฝ่ายเลย

ร่างบอบบางของนางปลิวไปกระแทกพื้นเวทีประลองอย่างแรง ส่วนเด็กหนุ่มที่ใช้แรงกายเฮือกสุดท้ายในการโจมตีนั้นเป็นลมหมดสติไปอีกครั้ง

บนเวทีประลองอันกว้างขวางปรากฏร่างคนนอนกระจัดกระจายกันเกลื่อน เหลือเพียงคนผู้เดียวที่ยืนอย่างโดดเด่น พวกเขาลอบกลืนน้ำลายลงคอจับจ้องมู่หรูเยว่ที่ยืนอยู่ลำพังบนเวทีอย่างเหนือความคาดหมาย

นางชนะการประลองคนทั้งกลุ่ม รวมถึงมู่ถิงเอ๋อร์ที่ใช้ยาเพื่อเลื่อนระดับวิทยายุทธ์ขั้นที่ห้าแล้วก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมู่หรูเยว่ เด็กสาวผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ใครจะคิดว่านางเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงขนาดนี้?

นัยน์ตาของเย่เทียนเฟิงเข้มขึ้น เขาเคลื่อนกายไปหามู่ถิงเอ๋อร์ใช้เสื้อผ้าปิดคลุมร่างของนางก่อนกระโดดขึ้นมายังเวทีประลอง เขาเลื่อนสายตาจ้องมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“มู่หรูเยว่ เจ้าอยากเรียกร้องความสนใจจากข้าถึงเพียงนี้เชียว? ข้าต้องยอมรับว่าเจ้าทำสำเร็จ”

สองมือของเขาไพล่ไปด้านหลัง สายลมอ่อนๆพัดชายเสื้อให้ปลิวไหว ท่วงท่าหล่อเหลาสง่างามของเขาดูเจิดจ้าดุจแสงตะวัน ความหม่นหมองถูกเก็บซ่อนไว้ในนัยน์ตาลึกล้ำ

มู่หรูเยว่หัวเราะแผ่วเบา “ส่วนไหนของท่านที่ควรค่าให้ข้าต้องเรียกร้องความสนใจจากท่านกัน?”

เย่เทียนเฟิงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะคืนสติได้อย่างรวดเร็ว “ก่อนหน้านี้ ถิงเอ๋อร์บอกว่าเจ้าต้องการฆ่านางเพื่อแย่งชิงข้า หมายความว่าเจ้าไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากข้างั้นหรือ? มู่หรูเยว่ เจ้าตามตอแยข้ามานานหลายปีไม่ใช่เพื่อตำแหน่งชายาเอกของข้าหรือ? ตกลง ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา อนุญาตให้เจ้าเป็นชายาเอกของรัชทายาทได้”

มู่ถิงเอ๋อร์ที่เพิ่งรู้สึกตัวและได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฟิงเข้าพอดี นางจึงหมดสติไปอีกครั้ง...

“ฝ่าบาท...” มู่ชิงสีหน้าเปลี่ยนกะทันหัน “ถ้าอย่างนั้นถิงเอ๋อร์...”

“ข้าย่อมรับนางเป็นอนุของข้า”

ถึงแม้เขาจะไม่พอใจที่มู่ถิงเอ๋อร์เปิดเผยเรือนร่างต่อสาธารณชน อย่างน้อยๆพวกเขาก็เคยผูกพันอย่างลึกซึ้ง เขาย่อมมอบฐานะให้นางบ้าง

“รัชทายาท ดูเหมือนท่านจะลืมบางอย่าง” มู่หรูเยว่ยักไหล่ ใบหน้าของเธอยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม หากสายตาของเธอเย็นชาจนน่าขนลุก “ข้าเป็นคู่หมั้นของกุ่ยหวัง หมายความว่าข้าเป็นอาของท่าน"


บทที่50 ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ ตอนที่1


เย่เทียนเฟิงขมวดคิ้วเขาย่อมรู้ตัวแล้วว่าการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นความผิดพลาด หากรู้มาก่อนว่ามู่หรูเยว่เป็นยอดอัจฉริยะถึงเพียงนี้ มีหรือที่เขาจะยอมเลิกเลิกการหมั้นหมายกับนาง?

“กุ่ยหวังไม่คู่ควรกับเจ้า แต่งกับข้าย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”

มู่หรูเยว่คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฟิงจะเป็นคนไร้ยางอายถึงเพียงนี้ นางใช่สตรีที่เขาคิดจะทิ้งขว้างหรือเรียกหาเมื่อไหร่ก็ได้งั้นหรือ? หากนางไม่สามารถขจัดพิษในร่างได้ บัดนี้เย่เทียนเฟิงก็ยังไม่คิดจะชายตาแลนางด้วยซ้ำ

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ากุ่ยหวังไม่เหมาะสมกับข้า? หากต้องแต่งกับเจ้า ข้าย่อมยินดีแต่งกับกุ่ยหวังมากกว่า”
คำตอบของเธอทำให้เย่เทียนเฟิงประหลาดใจ เด็กสาวผู้นี้คอยตามตอแยเขา พยายามทำทุกวิถีทางให้เขาหันมาสนใจนาง เหตุใดจึงล้มเลิกเอาตอนนี้?

ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดยามที่เย่เทียนเฟิงสบนัยน์ตาเย็นชาของนาง เขากลับรู้สึกอึดอัดใจ ความรู้สึกในยามที่รับรู้ว่าเด็กสาวที่เคยหลงรักเขาจนหมดใจแต่แล้วกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจะสร้างความปั่นป่วนให้เขาถึงเพียงนี้?

“อะแฮ่ม!” ฮ่องเต้สือเยว่กระแอมออกมา ขณะจับจ้องฝูงชนด้วยนัยน์ตาทรงอำนาจ “ในเมื่อการประลองเป็นที่ตัดสิน ได้ผู้ชนะเรียบร้อยแล้ว มู่หรูเยว่ เจ้าจงตามเราเข้าวัง เราจะมอบรางวัลให้เจ้าด้วยตัวเอง”

///////

ภายในท้องพระโรง ฮ่องเต้สือเยว่นั่งอยู่บนบัลลังค์มังกร ฝ่ามือวางอยู่เหนือหัวของมังกรที่สลักอยู่บนพนักเก้าอี้ นัยน์ตาของเขาดูเยือกเย็นยามจับจ้องผู้คนเบื้องล่าง

นอกเหนือจากมู่หรูเยว่แล้ว ยังมีองค์ชายและเชื้อพระวงศ์ที่มีพรสวรรค์อีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงเย่เทียนเฟิง ต่างก็อยู่ในท้องพระโรงด้วย

สายตาของฮ่องเต้สือเยว่หยุดอยู่ที่ร่างของมู่หรูเยว่ เขาเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ย “การประลองในครั้งนี้ถูกจัดโดยสำนักชิงหยุน เราในฐานะฮ่องเต้เพียงแค่มอบรางวัลแทน รางวัลที่ส่งมอบโดยสำนักชิงหยุนในครั้งนี้คือ ถุงสะสม”

เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาองค์ชายและเชื้อพระวงศ์ต่างก็จับจ้องมู่หรูเยว่ด้วยความอิจฉา ถุงสะสมเป็นของล้ำค่าหาที่เปรียบ ในหมู่เชื้อพระวงศ์มีเพียงเย่เทียนเฟิงคนเดียวที่ได้ครอบครองของสิ่งนี้

มู่หรูเยว่ก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับถุงสะสมจากขันที นางกวาดตามองถุงนั้นก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่า ในภายภาคหน้าเธอไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบสมุนไพรอีกต่อไป

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง...” ฮ่องเต้สือเยว่ย่นคิ้วหากันเล็กน้อย พลางเอ่ย “เราตัดสินใจยกเลิกคำสั่งถอนหมั้นระหว่างมู่หรูเยว่กับรัชทายาท”

ได้ยินดังนั้นมู่หรูเยว่ก็ยิ้มหยัน นางเงยหน้าขึ้นจับจ้องฮ่องเต้สือเยว่ “ฝ่าบาท ท่านควรทราบดีว่าคำพูดของกษัตริย์นั้นมีค่าดุจทองคำ การพูดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาใช่เรื่องที่ฮ่องเต้ของแว่นแคว้นสมควรกระทำหรือ?”

มู่หรูเยว่พูดออกมาอย่างไม่เกรงใจ ทำให้บรรยากาศในท้องพระโรงดูเครียดขึง ทุกคนพากันกลั้นหายใจไม่กล้าเปิดปากพูดแม้แต่คำเดียวด้วยเกรงว่าจะทำให้คนผู้นั้นโกรธเอาได้

สีหน้าของฮ่องเต้สือเยว่เข้มขึ้น เขาจับจ้องมู่หรูเยว่อย่างเย็นชา กลิ่นอายคุกคามของกษัตริย์แผ่กระจายลงมาที่เด็กสาว

ทว่าการกระทำนั้นกลับไม่ส่งผลอะไรกับเด็กสาวแม้แต่น้อย นางยังคงจ้องมองเขาอย่างเฉยเมย

“มู่หรูเยว่ เจ้าคิดจะขัดราชโองการงั้นหรือ?” สีหน้าของฮ่องเต่สือเยว่เปลี่ยนเป็นสีเทา เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธจัดที่มู่หรูเยว่กล้าขัดคำสั่งของเขา

ในฐานะฮ่องเต้ เขาย่อมรู้ดีว่าอำนาจของเขามากมายเพียงใด หากอิทธิพลของฮ่องเต้ก็ไม่อาจเทียบได้กับอิทธิพลของสำนักใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้ดีว่าเหตุใดครอบครัวของกุ่ยหวังถึงถูกฆ่าตาย

หากนางเป็นแค่คนไร้ค่าก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด แต่เมื่อนางไม่ใช่ เขาย่อมไม่ยอมให้คนทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน

หากนางต่อต้านคำสั่งของเขา เขาก็ได้แต่กำจัดนางทิ้งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในภายหน้า

ทันใดนั้นเสียงโหวกเหวกก็ดังมาจากด้านนอกท้องพระโรง ทำให้ฮ่องเต้สือเยว่ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“ปล่อยข้านะ! ชายาของข้าอยู่ในนั้น ข้าต้องไปหาชายาของข้า พวกเจ้าอย่าคิดรังแกชายาของข้านะ!”

"อู๋เฉิน?" มู่หรูเยว่ใจเต้นแรงเมื่อได้ยินคำพูดประโยคสุดท้ายของเขา ความอบอุ่นเข้าเกาะกุมหัวใจเธออย่างไม่รู้ตัว


บทที่51 ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ ตอนที่2


ฮ่องเต้สือเยว่ชะงักงัน ทำไมเด็กโง่นั่นบุกมาถึงที่นี่ได้? ความจริงแล้วเขารู้ดีว่าอู๋เฉินไม่นับว่าเป็นคนโง่ เพียงแต่ระดับสติปัญญาของเด็กหนุ่มหยุดอยู่ที่หกขวบ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนโง่ไม่ใช่หรือ?

“ให้เขาเข้ามา” ฮ่องเต้สือเยว่เอ่ยเสียงหนัก

ทันใดนั้นร่างของเด็กหนุ่มก็พุ่งเข้ามาข้างใน เมื่อเขาเห็นว่ามู่หรูเยว่อยู่ในสภาพปกติดีทุกอย่างก็ค่อยเบาใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มสว่างไสวออกมา

“ชายา ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

เด็กหนุ่มมีใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสว่างไสว และนัยน์ตาใสบริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อย สะกดให้ผู้คนยอมเชื่อทุกอย่างที่เขาพูด

“อู๋เฉิน กลับบ้านกันเถอะ” มู่หรูเยว่จับจูงมือของเด็กหนุ่ม และคลี่ยิ้มออกมา

ไม่รู้ว่าทำไมยามที่ได้สบนัยน์ตาใสบริสุทธิ์ของเขา หัวใจของนาง
รู้สึกสงบลง หากนางต้องแต่งงานในดินแดนแปลกประหลาดแห่งนี้ นางย่อมยินดีที่จะแต่งงานกับคนที่บริสุทธิ์และใสซื่ออย่างเย่อู๋เฉิน

นั่นอาจเป็นเพราะในยามที่เขาอยู่เคียงข้าง หัวใจของนางรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชาติที่แล้ว...

ดังนั้นมู่หรูเยว่เองก็ไม่รู้ว่าทำไมจึงเกิดความรู้สึกเช่นนี้

ครั้งแรกที่เจอกัน เขาพูดว่า “พี่สาว ตัวท่านหอมจังเลย” ด้วยน้ำเสียงซื่อๆไม่มีความคิดความชั่วร้ายแอบแฝง นั่นชวนให้นางนึกถึงน้องชายตัวเองในชาติก่อน แต่นางรู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าย่อมไม่ใช่น้องชายของนาง

ครั้งต่อมาตอนที่นางเห็นเหล่าองค์ชายรวมหัวกันรังแกเขา ท่าทางอ่อนแอน่าสงสารของเขายังคงติดตรึงอยู่ในความคิดของนาง และตอนนั้นเองนางค้นพบรอยแผลเป็นน่ากลัวของเขา

รอยแผลเป็นเหล่านั้นดูอัปลักษณ์น่าเกลียด ซึ่งเกิดจากการถูกพิษ พิษชนิดนี้มีฤทธิ์รุนแรง ดังนั้นทุกคืนจันทร์เต็มดวง เขาต้องเจ็บปวดทรมานยากจะทนไหว

พ่อแม่ของเขาด่วนจากไปก่อน และเขาถูกวางยาพิษ ชีวิตเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างน่าสงสาร...

แต่ก็เพียงเท่านั้น

ยามที่เย่อู๋เฉินคลี่ยิ้ม ความหล่อเหลาของเขาชวนให้ผู้คนตกตะลึง เด็กหนุ่มในยามนี้ดูราวกับปีศาจที่หลอกล่อให้ผู้คนยอมสยบแทบฝ่าเท้า ทุกท่วงท่าการกระทำของเขาล้วนสง่างาม

“ตกลง พวกเรากลับบ้านกัน”

ถูกต้อง พวกเขากำลังจะกลับบ้าน...

“หยุดเดี๋ยวนี้!” ฮ่องเต้สือเยว่กระแทกฝ่ามือลงกับโต๊ะ เขาตะคอกอย่างโกรธจัด “ใครอนุญาตให้เจ้าทั้งสองกลับได้? ไม่มีคำสั่งจากเรา ใครกล้าออกไปจากที่นี่!”

มู่หรูเยว่คลี่ยิ้ม ฮ่องเต้สือเยว่ช่างเป็นกษัตริย์ที่โง่เขลาเอาแต่ใจเสียจริง

ช่างน่าแปลกใจเหลือเกินที่ฮ่องเต้ผู้นี้สามารถครองบัลลังค์ได้อย่างมั่นคงมากว่ายี่สิบปี

“ถ้าข้าจะไป ใครก็ห้ามข้าไม่ได้!” มู่หรูเยว่จ้องมองฮ่องเต้สือเยว่อย่างไม่เกรงกลัว ใบหน้างามของเธอดูเย็นชา

น้ำเสียงของเธอทำให้ฮ่องเต้สือเยว่ตัวสั่นด้วยความโกรธ ประกายอำมหิตผุดวาบในดวงตา ในเมื่อหญิงผู้นี้ไร้ประโยชน์กับเขา เขาย่อมต้องกำจัดนางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในภาคภาคหน้า เขาไม่มีทางยอมให้มู่หรูเยว่ได้อยู่เคียงข้างเย่อู๋เฉิน

ช่างน่าขันยิ่งนัก ฮ่องเต้สือเยว่เพิ่งมารู้สึกเสียใจที่ออกราชโองการยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างนางกับรัชทายาทเอาตอนนี้...

ไม่มีใครสังเกตว่าในตอนนั้นนัยน์ตาของเย่อู๋เฉินเปล่งประกายวูบหนึ่ง พร้อมกันกับขันทีผู้หนึ่งรีบร้อนเข้ามาในท้องพระโรงเพื่อถวายรายงาน

“ฝ่าบาท เกิดเรื่องแย่แล้วพะยะค่ะ ท้องพระคลังเกิดไฟไหม้ ตอนนี้ทุกคนกำลังเร่งดับไฟและรักษาสมบัติในนั้น”

“ว่าไงนะ!?” ฮ่องเต้สือเยว่พลันลุกขึ้นยืน ท้องพระคลังไม่เพียงเก็บรักษาสมบัตินับไม่ถ้วนของราชวงศ์ ที่นั่นยังมีสมบัติล้ำค่าที่เขานำไปเก็บรักษาไว้ด้วย

ทำไมท้องพระคลังถึงเกิดไฟไหม้เอาตอนนี้ได้?

ไม่ได้ เขาไม่อาจทนรออยู่ที่นี่ เขาต้องรีบไปที่นั่นเพื่อดูสถานการณ์...

“นำทาง เราจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้” ฮ่องเต้สือเยว่ไม่อาจสนใจเรื่องของมู่หรูเยว่และเย่อู๋เฉินต่อได้อีก ขันทีนำทางฝูงคนทั้งกลุ่มมุ่งหน้าไปยังท้องพระคลัง

3 comments:

  1. ร้ายจุมๆ หวังกุ้ยยยย 555

    ReplyDelete
  2. ไงล่าาามรังแกชายาสมบัติไหม้เลย 555+

    ReplyDelete
  3. กุ่ยหวังนี่เป็นคนเจ้าเล่ห์รึเป็นคนสองบุคลิกกันเนี่ย
    แต่แบบนี้ดีแล้วล่ะทำให้ศัตรูคาดเดาได้ยาก
    ขอบคุณนะคะ

    ReplyDelete