Last Modified: Saturday, October 29, 2016

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 22-24

บทที่22 ลูกกลอนมรกต

“เฟิงเอ๋อร์!”
เทียนหยวนขมวดคิ้ว ลูกศิษย์ของเขาเก่งกาจสามารถ ติดอยู่ก็แต่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้
เย่เทียนเฟิงพลันนึกขั้นได้ว่าอาจารย์ของเขายังอยู่ที่นี่ เขาจึงข่มความโกรธเก็บไว้ในใจ “อาจารย์ ก่อนหน้านี้ศิษย์โมโหเกินไป ศิษย์...”
“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก แต่ด้วยอารมณ์ของเจ้า ยากนักที่จะทำการใหญ่ เจ้าควรควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้” เทียนหยวนถอนใจ “จริงสิ อัจฉริยะที่เพิ่งถูกค้นพบ เป็นอัจฉริยะระดับที่สามารถกระตุ้นให้ท่านอาจารย์อู๋หวีนึกอยากรับคนผู้นั้นเป็นศิษย์”
เย่เทียนเฟิงมีท่าทางประหลาดใจ
เขาอยู่ในสำนักชิงหยุนมานานหลายปี มีหรือจะไม่รู้นิสัยใจคอของท่านอาจารย์อู๋หวี? ชายแก่ผู้นั้นมีสายตาสูงส่ง ไม่เคยไว้หน้าใคร เดิมทีเขาอยากฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์อู๋หวี แต่ถูกปฏิเสธกลับมาทันที
ด้วยสถานะของท่านอาจารย์อู๋หวีในสำนักชิงหยุน ลูกศิษย์ของเขาย่อมได้รับสถานะที่สูงส่งไม่น้อย
“ใครกันที่มีพรสวรรค์ถึงกับทำให้ท่านอาจารย์อู๋หวีถึงขนาดยอมรับเป็นศิษย์?”
เขาสงสัยมากว่าคนที่อยู่ในสายตาท่านอาจารย์อู๋หวีนั้นเป็นคนแบบไหนกัน...
“เป็นเด็กสาวคนหนึ่ง” เทียนหยวนยิ้ม “ตอนนี้เรายังไม่รู้ชื่อแซ่และตัวตนของนาง ข้าไม่ได้บอกเรื่องนี้เพื่อให้เจ้าไปสืบหานาง อย่างไรเจ้าก็เป็นศิษย์สำนักชิงหยุน หากกระโตกกระตากไป สำนักอื่นอาจสงสัยได้ ยิ่งไปกว่านั้นท่านอาจารย์อู๋หวีสั่งแล้วว่าเรื่องนี้ไม่อาจแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ที่ข้าบอกเรื่องนี้ดับเจ้าก็เพื่อให้เจ้าเข้าใจว่ามีอัจฉริยะผู้หนึ่งอยู่ที่นี่ อาจจะเป็นเรื่องยากที่หญิงคนรักของเจ้าจะสามารถชนะการลองที่กำลังจะถึง”
เย่เทียนเฟิงรู้สึกใจหาย “ท่านอาจารย์เทียนหยวน ถึงแม้ถิงเอ๋อร์จะได้ที่สอง เสด็จปู่ก็คงไม่ใส่ใจนัก”
“ถูกต้อง” ท่านอาจารย์เทียนหยวนพยักหน้า “แต่เจ้าคิดหรือไม่ว่าหากนางต้องการเข้าสำนักชิงหยุน ทางเดียวคือนางต้องได้รับอันดับแรกจึงจะสามารถเทียบเคียงสถานะกับรัชทายาทจิ่ง และเป็นศิษย์สำนักชิงหยุน? เจ้าไม่อยากให้นางชนะหรอกหรือ? ไม่ต้องกังวลไป อาจารย์มีวิธีช่วย”
เย่เทียนเฟิงจ้องมองเทียนหยวนอย่างตื่นเต้น “อาจารย์หมายความว่า...”
“หึหึ!” เทียนหยวนลูบเคราพลาง คลี่ยิ้ม “ข้าจำได้ว่าหญิงของเจ้าเป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์ระดับสาม ข้ามียาลูกกลอนที่สามารถเพิ่มพูนความสามารถของนาง ไปกันเถอะ... อาจารย์จะไปกับเจ้าเพื่อดูว่านางคู่ควรกับศิษย์ของข้าหรือไม่”
ยาลูกกลอนมรกตที่สามารถช่วยผู้ฝึกวิทยายุทธ์ที่ต่ำกว่าระดับที่ห้าเลื่อนระดับขั้นของตัวเองได้ แต่สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต
เย่เทียนเฟิงรู้สึกตื่นเต้น เขาลอบกลืนน้ำลายลงคอพลางเอ่ย “ศิษย์ขอขอบคุณอาจารย์แทนถิงเอ๋อร์ด้วย”
////
ภายในตระกูลมู่เต็มไปด้วยความสุขนับตั้งแต่มู่ชิงกลับมา
มู่ถิงเอ๋อร์และมู่เสี่ยเอ๋อร์ที่อยู่ใกล้ๆมู่ชิงสนทนากันอยู่ครู่หนึ่งก็พากันก็หัวเราะเสียงดัง ทันใดนั้นใครคนหนึ่งก็สังเกตเห็นมู่หรูเยว่เดินเข้ามาจากด้านนอกจวน ริมฝีปากพลันคลี่ยิ้มกว้าง
“ข้าเคยบอกแล้วว่าใครบางคนไม่คู่ควรกับรัชทายาทจิ่งแต่ก็ไม่ยอมฟัง เป็นยังไงล่ะ ตอนนี้นางกำลังจะแต่งงานกับคนโง่ ฮ่า ๆ! ได้ยินว่าคนผู้นั้นสติไม่ค่อยสมประกอบ รูปร่างหน้าตาก็อัปลักษณ์จนข้ารับใช้พากันหวาดผวา มาเดากันเถอะ ว่าในวันแต่ง นางจะกลัวกุ่ยหวังจนบ้าหรือเปล่านะ?”
‘รูปร่างอัปลักษณ์?’
มู่หรูเยว่เลิกคิ้ว นึกถึงท่าทางใสซื่อและใบหน้าหล่อเหลาสะกดใจผู้คนของเขา...
‘ถ้าคนหล่อเหลาปานนั้นกลายเป็นคนอัปลักษณ์เหมือนภูตผี ย่อมต้องเป็นอิทธิพลจากข่าวลือแน่’
อาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนนอกตำหนัก ไม่เคยมีใครช่วยเขาแต่งตัว นานวันเข้าผู้คนจึงเข้าใจว่าเขาอัปลักษณ์เสียจนไม่อาจพบหน้าผู้คน
‘ใครจะรู้ว่าเขามีใบหน้าหล่อเหลาเสียจนทำให้โลกทั้งใบหมองหม่น’
มู่หรูเยว่ทำเป็นไม่เห็นเด็กสาวแต่ใครจะรู้ว่าพวกนางกลับไม่ยอมปล่อยเธอไป? ตอนที่นางพยายามจะเดินกลับห้อง ร่างบอบบางก็ยืนขวางเธอไว้
“มู่หรูเยว่ เจ้าหูหนวกหรือไง? ไม่ได้ยินหรือว่าข้าพูดถึงเจ้า?”
มู่หรูเยว่จ้องมองเด็กสาวที่มีใบหน้าขาวราวกับหิมะ เธอถาม “เจ้าพูดกับข้าหรือ?”
“เจ้า...”
มู่อี้เสี่ยใบหน้าแดงจัดด้วยความโกรธ ตอนที่ตั้งใจจะยกมือตบหน้ามู่หรูเยว่ มู่ถิงเอ๋อร์ก็รั้งเธอไว้ “พอได้แล้วเสี่ยเอ๋อร์! นางเป็นพี่สาวแท้ๆของเจ้า ไม่ว่ายังไงก็ห้ามทำร้ายพี่สาวเจ้าเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่พูดกับเจ้าอีก”

บทที่23 รักคือความเห็นแก่ตัว

มู่ถิงเอ๋อร์อยากช่วยมู่หรูเยว่จริงๆน่ะหรือ?
แน่นอนว่าไม่!
ตอนที่มู่อี้เสี่ยกำลังจะตบหน้ามู่หรูเยว่นั้น นางสังเกตเห็นคนสองคนกำลังเดินมาจากด้านนอก คนหนึ่งคือ เย่เทียนเฟิง ชายคนรักของนาง และชายแก่ร่างผอม
เมื่อเห็นท่าทางนอบน้อมของเย่เทียนเฟิงแล้ว นางก็พอเดาได้ลางๆแล้วว่าชายแก่ผู้นี้เป็นใคร
พี่ถิงเอ๋อร์!มู่อี้เสี่ยน้ำตาคลออย่างสำนึกผิด พี่ถิงเอ๋อร์ถึงกับข่มขู่ข้าเพียงเพราะคนไร้ข้านั่น? นางนั่นมีอะไรดี? ต่อให้พี่ดีกับนางแค่ไหน นางก็ไม่สำนึก เอาแต่หาเรื่องว่าพี่เป็นแค่เด็กเก็บมาเลี้ยงไม่คู่ควรกับตระกูลมู่อยู่ดี
เสี่ยเอ๋อร์ ไม่ว่าอย่างไร เราก็เป็นครอบครัวกัน ครอบครัวควรจะอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง เจ้าควรเก็บแรงไว้สู้กับคนนอกต่างหากมู่ถิงเอ๋อร์ขมวดคิ้ว แน่นอนว่ามู่อี้เสี่ยกำลังไม่พอใจอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น นางพูดถูก ข้าเป็นแค่เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงไม่มีสายเลือดกับตระกูลมู่
มู่หรูเยว่แค่ยืนกอดอก มองการแสดงชวนขบขันตั้งแต่เริ่ม
มู่ถิงเอ๋อร์รู้ดีว่าควรทำตัวยังไง นางจึงแสดงละครได้อย่างแนบเนียน...
มู่หรูเยว่หรี่ตา นางเมินเฉยคำยั่วยุต่างๆเนื่องจากเธอไม่ใส่ใจเกี่ยวกับมัน แต่...ถึงนางจะไม่ใส่ใจก็ไม่ได้หมายความว่านางจำเป็นต้องทน...
ข้าว่าเจ้าเข้าใจผิดแล้ว ผู้ชายอย่างเย่เทียนเฟิง ต่อให้ยกให้ข้า ข้าก็ไม่คิดจะชายตามอง ยิ่งไปกว่านั้นท่านพ่อก็ทราบสิ่งที่ข้าพูดออกไปที่ท้องพระโรง ไม่ใช่ฝ่ายนั้นต้องการยกเลิกการหมั้นหมาย แต่เป็นข้า มู่หรูเยว่ ไม่ต้องการแต่งงานกับผู้ชายสกปรกพรรคนั้นเอง
มู่ถิงเอ๋อร์ ยินดีกับเจ้าด้วย! เจ้าเก็บขยะที่ข้าไม่ต้องการ ได้ยินว่าที่ตำหนักของเขามีอนุที่งดงามอยู่สองคนแล้วยังจะเพิ่มอีกเรื่อยๆ ถึงตอนนั้นเจ้าคงแปดเปื้อนไปด้วยเชื้อโรค อ้อ! จริงสิ ไม่รู้ว่าเย่เทียนเฟิงชอบร่วมรักกับสตรีสองคนพร้อมๆกันหรือไม่ ข้านึกไม่ออกจริงๆว่าตอนที่เจ้าเห็นสามีนอนร่วมเตียงกับผู้หญิงสองคนจะทำสีหน้าแบบไหน
ฉึก..!
มู่ถิงเอ๋อร์ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายของนางโงนเงนราวกับเรือที่โคลงเคลงกลางคลื่นลม
นางหลงรักเย่เทียนเฟิงจนหมดใจ ดังนั้นเมื่อนึกถึงชายคนรักทำเรื่องแบบนั้นกับหญิงอื่น ก็รู้สึกเจ็บปวดเจียนคลั่ง
ถ้านางต้องเห็นภาพแบบนั้นในอนาคต ไม่รู้เลยจริงๆว่านางจะทนอยู่ต่อไปได้หรือไม่
มู่ชิงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ตอนที่กำลังจะต่อว่านาง... เสียงตะคอกอย่างโกรธจัดก็ดังขึ้นจากด้านหลังมู่หรูเยว่
มู่หรูเยว่ เจ้าพูดพล่ามอะไร!?”
ตอนที่เย่เทียนเฟิงเอ่ยนั้น เขาโอบร่างบอบบางของมู่ถิงเอ๋อร์ไว้ในอ้อมกอด เขาจ้องมองนางด้วยสายตาลึกล้ำ ถิงเอ๋อร์ อย่าฟังคำพูดพล่อยๆของนาง ข้าจะทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร?”
ฝ่าบาท...มู่ถิงเอ๋อร์ถูกเย่เทียนเฟิงกอดจนแน่น เธอเอ่ยถามด้วยน้ำตานองหน้า ต่อไปท่านจะพาหญิงอื่นเข้ามาในตำหนัก ทำเรื่องเช่นนั้นกับนางใช่หรือไม่? นางจะให้กำเนิดบุตรแก่ท่านใช่หรือไม่?”
เย่เทียนเฟิงตกตะลึงกับคำถามของมู่ถิงเอ๋อร์ เขาเม้มริมฝีปากแน่น ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดี
ในที่สุดความหวังของมู่ถิงเอ๋อร์ก็ค่อยๆเลือนหาย น้ำตาแห่งความเสียใจค่อยๆไหลรินตามใบหน้าสวย
เขาบอกว่าเขารักข้า แต่ตอนที่เขารักข้า เขากลับอยู่กับหญิงคนอื่น นี่หรือความรัก? ความรักคือความเห็นแก่ตัว ข้าไม่อยากแบ่งปันคนรักร่วมกับใคร
แค่คิดว่าเขากำลังมีความสุขกับผู้หญิงคนอื่น มู่ถิงเอ๋อร์ก็รู้สึกเจ็บเจียนตาย ราวกับมีมีดนับไม่ถ้วนกระหน่ำแทงมาที่ร่าง
ถิงเอ๋อร์ อย่ากังวลไป ข้าย่อมดีกับเจ้าไปชั่วชีวิต” เย่เทียนเฟิงกอดเธอไว้แนบแน่น เอ่ยอย่างปวดใจ เจ้าจะเป็นหญิงที่ข้ารักที่สุดในชีวิต
แค่ทำดีกับเธอไปชั่วชีวิต...?’

ที่นางต้องการก็แค่เป็นผู้หญิงคนเดียวของเขา...

บทที่24 หลานรัก เรียกท่านอาสิ!

“มู่หรูเยว่!”
เย่เทียนเฟิงจ้องมู่หรูเยว่อย่างโกรธจัด เขาตะโกน “ใครให้เจ้าพูดจาพรรคนั้นกับถิงเอ๋อร์ ถึงเจ้าจะหึงหวงก็ไม่ควรทำร้ายหญิงอ่อนแอ! ถิงเอ๋อร์ไม่ใช่เจ้า นางเปราะบางเกินกว่าจะทนมาฟังวาจาหยาบคายของเจ้า ขอโทษถิงเอ๋อร์เดี๋ยวนี้!”
“หึงหวง?” มู่หรูเยว่หัวเราะหยัน ขณะมองเย่เทียนเฟิง “ข้าหึงหวงผู้ใด? มู่ถิงเอ๋อร์? ทำไมข้าต้องหึงหวงท่านด้วย? ที่ข้าพูดในท้องพระโรงเป็นความจริง ข้า... มู่หรูเยว่ ไม่ต้องการแต่งงานกับม้าพ่อพันธุ์อย่างท่าน ผู้ชายของข้าต้องมีข้าเพียงคนเดียวชั่วชีวิต มีส่วนไหนของท่านตรงตามเงื่อนไขข้าบ้าง? ต่อให้ข้าตาบอดก็ไม่หลงรักท่าน”
เย่เทียนเฟิงสีหน้าเปลี่ยนเมื่อสบสายตาเย็นเยียบของเด็กสาว
ถึงเขาจะได้ยินมาจากข่าวลือ เขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวที่หลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำจะเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมา แต่ตอนนี้เด็กสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลับมีสายตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก
นัยน์ตาของนางไม่มีร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์อยู่ ยามนี้มีแต่ สายตาเย้ยหยัน ดูแคลน... อย่างที่เขาคาดไม่ถึงมาก่อน
เย่เทียนเฟิงรู้สึกงุนงง ‘ทำไมยามสบสายตาดูถูกเหยียดหยามของมู่หรูเยว่ เขาถึงรู้สึกไม่สบายใจนัก นางเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?’
‘หรือเหตุการณ์เมื่อวันก่อน ทำให้นางยอมตัดใจ?’
‘เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว เขารู้สึกอึดอัดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับยามที่ต้องสบสายตาที่ลุ่มหลงโง่งมของนาม’
เย่เทียนเฟิงเพิกเฉยต่อความไม่สบายใจของตัวเอง เขาจ้องมองมู่หรูเยว่อย่างเย็นชา “มู่หรูเยว่ ขอโทษถิงเอ๋อร์เดี๋ยวนี้!”
ฟังคำของเขาแล้วมู่หรูเยว่อยากจะหัวเราะและนางก็หัวเราะออกมาจริงๆ
“เย่เทียนเฟิง ท่านมีสิทธิ์อะไรมาสั่งข้า? เจ้าใช้ฐานะรัชยายาทจิ่งมาสั่งข้าหรือ? ถ้าจำไม่ผิด รัชทายาทจิ่งตามศักดิ์แล้วเป็นหลานชายของกุ่ยหวัง ถึงแม้ข้าจะยังไม่แต่งกับเขาในตอนนี้ แต่ข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นชายาของเขา นับตามลำดับอาวุโสแล้ว ข้าเป็นอาของท่าน ดังนั้นหลานรัก เรียกท่านอาสิ!”
สีหน้าของเย่เทียนเฟิงเปลี่ยนจากเขียวเป็นขาว จากขาวเป็นเขียว แล้วกลับเป็นขาวอีกครั้ง
มู่หรูเยว่หัวเราะเบาๆ นัยน์ตายังคงความเยือกเย็นเอาไว้
“หลานรัก แล้วข้าจะรอเจ้ามาคารวะน้ำชานะ”
เมื่อพูดจบ มู่หรูเยว่ไม่สนใจว่าเย่เทียนเฟิงจะรู้สึกยังไง ร่างของนางค่อยๆเดินหายไปจนลับสายตา ที่นางไม่แสดงท่าทีต่อต้านในครั้งก่อนๆนั้นเพราะนางไม่อยากเสียเวลาไร้สาระกับคนเหล่านี้ แต่ในเมื่อหลายคนยังคิดว่านางเป็นคนที่รังแกได้ง่ายๆ วันนี้นางจึงเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่ ว่ามู่หรูเยว่ไม่ใช่คนที่ใครคิดจะรังแกง่ายๆ
“ท่านพ่อ ฝ่าบาท ดูนางสิ!” มู่อี้เสี่ยโกรธจนเต้นผาง “แม้แต่สามัญชนยังไม่แต่งภรรยาแค่คนเดียวเลย นางเพ้อเจ้อเกินไปแล้ว!”
เมื่อพูดจบ เธอก็รู้สึกตัวรีบเอามือปิดปาก จ้องมองมู่ถิงเอ๋อร์อย่างรู้สึกผิด
“พี่ถิงเอ๋อร์ ข้า...”
“ข้าไม่เป็นไร” มู่ถิงเอ๋อร์สั่นศีรษะ เธอกล้ำกลืนความขมขื่นในใจ “เจ้าพูดถูก ฝ่าบาท ข้าไม่โกรธท่าน จะมีบุรุษคนใดสามารถมีผู้หญิงเพียงคนเดียวชั่วชีวิต? คนที่คิดแบบนั้นได้ช่างเพ้อเจ้อเหลือเกิน”
หลังพูดจบ นางก็สะอื้นไห้ออกมาอีกครั้ง
“ฝ่าบาท ขอเพียงท่านมีถิงเอ๋อร์ในใจ ถิงเอ๋อร์ก็มีความสุขแล้ว”
คำพูดของเธอทำให้เย่เทียนเฟิงรู้สึกปวดใจ เขากอดนางแน่นกว่าเดิม “ถิงเอ๋อร์ อย่าได้กังวลไป ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีไปชั่วชีวิต ข้าสัญญา!”

2 comments:

  1. ตลกอ่ะ หลานรัก เรียกท่านอาสิ 55555+

    ReplyDelete
  2. 555555 ฮานางเอกมาก แล้วก้อชอบความเด็ดเดี่ยวของนางมากด้วย

    ReplyDelete