Last Modified: Saturday, October 29, 2016

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 19-21

บทที่19 คนโง่กับคนไร้ค่า

ตอนที่องค์ชายต้องการตบตีเด็กหนุ่ม มือเรียวบางก็คว้าแขนเขาไว้แน่น แรงที่จับนั้นแทบทำให้เขาร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ
เจ้าเป็นใครปล่อยเราเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นเราจะให้เสด็จพ่อจัดการกับเจ้า!” องค์ชายจ้องมองเด็กสาวในชุดขาวเรียบๆด้วยสายตากร้าว
วิธีนี้ใช้ได้ผลทุกครั้ง บรรดาเด็กสาวเบื้องหน้าพากันคุกเข่าร้องขอชีวิตด้วยความกลัว
ผู้ใดให้เสด็จพ่อของเขาคือฮ่องเต้สือเยว่ที่ใครต่างก็เกรงกลัวกันเล่า!?
มู่หรูเยว่เลิกคิ้วมององค์ชาย เขาเพิ่งอายุห้าขวบแต่เป็นโอรสของฮ่องเต้วัยเจ็ดสิบแห่งราชวงศ์สือเยว่ ดูเหมือนว่าเชื้อพระวงศ์ทุกคนชอบทำตัวเป็นม้าพ่อพันธุ์จริงๆเสียด้วย
ข้าเป็นใคร?” มู่หรูเยว่หัวเราะ “ข้าคือคนไร้ค่าที่เจ้าพูดถึงว่าเป็นคู่หมั้นของกุ่ยหวังยังไงเล่า และต่อใหัข้าเป็นแค่คนไร้ค่าก็มีปัญญาเหลือเฟือที่จะจัดการเด็กเกเรอย่างเจ้า
โครม!
มู่หรูเยว่เหวี่ยงเขาลงกับพื้น นางลอบมอบเหล่าองค์ชายและองค์หญิงด้วยสายตาเย็นชา พวกเขาต่างตะลึงกับน้ำเสียงเย็นชาของเธอ
จำเอาไว้ เขาเป็นคู่หมั้นของข้า มู่หรูเยว่!  ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าอายุเท่าไหร่ หรือพ่อของเจ้าเป็นใคร ถ้าเจ้ากล้าทำร้ายเขา ข้าจะทำโทษเจ้า
น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่กลับทำให้พวกเขารู้สึกกลัว
เย่อู๋เฉินจ้องมองมู่หรูเยว่ที่ก้าวเข้ามาปกป้องเขา พลางครุ่นคิด
ไปกันเถอะ
มู่หรูเยว่หมุนตัวกลับ จูงมือเด็กหนุ่มและลากออกไปจากที่ตรงนั้นโดยไม่สนใจบรรดาองค์ชายและองค์หญิงที่กำลังอึ้ง
นางมักจะทำตัวเย็นชาไร้จิตใจมาโดยตลอด ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเด็กหรือคนแก่ นางก็จะยังทำตามอำเภอใจอยู่ดี ดั่งคำหนึ่งที่กล่าวว่า ‘คนเข้มแข็งรังแกคนที่อ่อนแอกว่า
พี่สาว” เย่อู๋เฉินจ้องมองมู่หรูเยว่ด้วยท่าทางสดใสร่าเริง ด้วยรอยยิ้มซื่อๆประดับบนใบหน้าหล่อเหลา และนัยน์ตาที่เปล่งประกาย เขาเอ่ย “ท่านดีกับข้าเหลือเกิน
มู่หรูเยว่ไม่สนใจเขา นางจูงเขาเดินต่อ
จู่ๆมู่หรูเยว่ก็หยุดยืนกะทันหัน และหันศีรษะมามองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง “เจ้าคือกุ่ยหวังงั้นหรือ?”
เย่อู๋เฉินพยกหน้า “อื้ม!
เจ้าดูต่างจากข่าวลือที่เขาพูดกันไว้” มู่หรูเยว่เอ่ย พลางเลิ่กคิ้วเป็นเชิงถาม “ลือกันว่ากุ่ยหวังหน้าตาเหมือนภูตผี ดังนั้นข้าจึงคิดไม่ถึงว่าเจ้าคือกุ่ยหวัง
เย่อู๋เฉินเสหน้าลงต่ำ ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ เขาเอ่ยอย่างน่าสงสาร “ข้าเป็นคนน่าเกลียดจริงๆ สาวใช้ไม่ได้หวาดกลัวที่ใบหน้าหรอก แต่เป็นที่นี่...
เขาชี้ที่ร่างของตัวเองด้วยท่าทางอับจนหนทาง เย่อู๋เฉินเอ่ยต่อ “พี่สาว ตรงนี้ของข้าน่าเกลียดมาก ได้โปรดอย่ามอง ท่านอาจตกใจจนเป็นลมได้
ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น ดูเหมือนร่างกายเจ้ามีปัญหา ให้ข้าดูได้ไหมอย่างไรเราก็ต้องอยู่ร่วมกันในอนาคต ให้ข้าดูหน่อย...
แต่...
เย่อู๋เฉินอยากอธิบายต่อ แต่มู่หรูเยว่ไม่ได้มีความอดทนถึงเพียงนั้น นางกระชากเสื้อของเขาออกดื้อๆ และภาพที่เห็นทำให้นางอ้าปากอย่างตกตะลึง
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ราวกับมีไส้เดือนคลานไปทั่วร่าง รอยแผลนั้นเป็นสีแดงจางๆดูโดดเด่นตัดกับร่างกายขาวซีด ไม่ต่างกับภูตผีที่มีรอยแผลเป็นไปทั่วร่าง
เพียงมองครู่เดียวมู่หรูเยว่ก็รู้ว่าเย่อู๋เฉินถูกพิษ นางรู้วิธีรักษาแต่ด้วยความสามารถของเธอในตอนนี้ยังไม่อาจทำได้
ในตอนนั้นเย่อู๋เฉินหลับตาลงอย่างขลาดกลัว เขาไม่กล้าสบตามู่หรูเยว่ที่อาจแสดงท่าทีรังเกียจเหมือนคนอื่นๆ
ลืมตาซะ!
น้ำเสียงเฉียบขาดดังขึ้น
เย่อู๋เฉินค่อยลืมตาขึ้นอย่างสงสัย และพบว่ามู่หรูเยว่ไม่มีท่าทีรังเกียจเขาแม้แต่น้อย นัยน์ตาของนางดูกระจ่างใสราวกับน้ำพุ
พี่สาว ข้าน่าเกลียดจริงๆใช่ไหม?”
แค่ถูกพิษเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เสียหน่อย” มู่หรูเยว่ยิ้ม “เจ้าแค่ยอมรับว่าร่างกายเจ้ามีปัญหา อย่าได้ใส่ใจสายตาคนอื่นๆ เขามีปากก็ปล่อยให้พูดไป ถ้าเจ้ามัวแต่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเจ้า ไม่เหนื่อยแย่หรือ?”


บทที่20 สมุนไพรร้อยปี

นัยน์ตาใสบริสุทธิ์จ้องมองมู่หรูเยว่ไม่กระพริบ เย่อู๋เฉินครุ่นคิดถึงสิ่งที่นางพูดออกมา นัยน์ตาของเขาดูใสซื่อปราศจากความคิดชั่วร้าย
แล้วเจ้าก็ไม่ได้โง่ด้วย” มู่หรูเยว่วางมือบนบ่าของเย่อู๋เฉิน และเอ่ยอย่างจริงจัง “ความคิดของเจ้าแค่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ ในทางกลับกันบรรดาลุงและพี่น้องของเจ้าก็ไม่มีจิตใจบริสุทธิ์เช่นเจ้า
ถึงแม้มู่หรูเยว่จะรับราชโองการอย่างไม่มีทางเลือก ในเมื่อเขาเป็นคู่หมั้นของนาง นางก็จะไม่ยอมให้ใครรังแกเขาไม่ว่าเขาจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม
พี่สาว ท่านเป็นนางฟ้าหรือ?” เย่อู๋เฉินกระพริบตากลมโตที่เป็นกระกายสดใส “ท่านต้องเป็นพี่สาวนางฟ้าที่ เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ส่งมาให้ข้า
เลิกเรียกข้าว่าพี่สาวได้แล้ว!” มู่หรูเยว่จ้องเขาด้วยสายตาดุ “จำได้ว่าปีนี้กุ่ยหวังอายุสิบเก้า ข้าเพิ่งอายุสิบสี่ เจ้าแก่กว่าข้าตั้งห้าปีดังนั้นเลิกเรียกข้าว่าพี่สาวได้แล้ว
งั้นข้าเรียกท่านว่าชายาได้ไหม ในเมื่อคนพวกนั้นบอกว่าท่านเป็นชายาข้า?”
ไม่ได้!
เย่อู๋เฉินถูกปฏิเสธทำหน้าตาจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เขาจ้องมองมู่หรูเยว่อย่างน่าสงสาร
มู่หรูเยว่รู้สึกใจอ่อนอย่างไร้เหตุผล “ตามใจเจ้า
จริงหรือ?” เย่อู๋เฉินคลี่ยิ้มอย่างดีใจ นัยน์ตาปริ่มน้ำที่ทั้งดูใสซื่อและน่าดึงดูดจับจ้องมู่หรูเยว่ พลางประกาศ “ต่อไปนี้ข้าจะเรียกท่านว่า ชายา
ในตอนที่พูดจบ เขาเอนตัวมาด้านหน้ามอบจุมพิตที่ริมฝีปากของมู่หรู่เยว่
ตึก!
มู่หรูเยว่ตกตะลึงไปชั่วขณะที่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้มาก ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดตลอดจนใบหู
จูบแรกของข้าถูกเด็กน้อยผู้นี้ขโมยไป?’
“เย่อู๋เฉิน เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำอะไร?” มู่หรูเยว่ผลักเด็กหนุ่มออกห่าง เอ่ยถามอย่างขุ่นเคือง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำอะไรลงไป?”
นัยน์ตาของเย่อู๋เฉินดูใสบริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อย “ข้าเห็นเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ทำแบบนี้กันทุกวัน ชายา... ข้าทำอะไรผิดหรือได้โปรดอย่าโกรธข้า ถ้าท่านไม่ชอบต่อไปข้าไม่ทำก็ได้
คำพูดของเด็กหนุ่มดูซื่อๆไร้แผนการ ความโกรธเคืองในใจมู่หรูเยว่ค่อยสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์
ข้าไม่ได้โกรธ ข้าแค่ตกใจ” มู่หรูเยว่สูดลมหายใจเข้าปอด “เย่อู๋เฉิน เจ้ารู้ทางออกจากที่นี่หรือไม่ ไปกันเถอะ
ตอนแรกนางอยากถามจี้หรูหยาว่าเหตุใดถึงได้ช่วยเหลือนาง แต่ดูจากสถานการณ์ในวันนี้เแล้วคงเป็นไปไม่ได้ ‘ช่างมันเถอะ ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน
หลังออกจากวังหลวง มู่หรูเยว่ก็ตรงไปที่ร้านของยาในเมืองเฟิ่งเฉิง ช่วงนี้เป็นเวลากลางวันจึงมีคนไม่มากนัก มีแค่เจ้าของร้านที่กำลังงีบหลับเพราะความน่าเบื่อ
ข้ามาขายของ
ได้ยินน้ำเสียงเรียบ เจ้าของร้านก็เงยหน้าขึ้น ยืดตัวอย่างเกียจคร้าน เขาจ้องเด็กสาวตรงหน้า “ไม่ทราบว่าแม่นางจะขายอะไรหรือ?”
มาถึงที่นี่ แน่นอนว่าต้องเป็นสมุนไพรน่ะสิ
มู่หรูเยว่นำห่อผ้าเช็ดออกจากอกเสื้อ โยนให้คนเฝ้าร้าน
เจ้าของร้านเปิดห่อผ้าอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเขาเห็นสมุนไพรที่ถูกห่อเอาไว้ด้านใน ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน อาการง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้งด้วยความตื่นเต้น “นี่ นี่มันสมุนไพรระดับร้อยปี!?”


บทที่21 ความโกรธของรัชทายาทจิ่ง

ภายในดินแดนเฉินอู่ สมุนไพรถูกจัดลำดับเป็น สิบปี สิบห้าปี หนึ่งร้อยปี หนึ่งพันปี และระดับหนึ่งหมื่นปีที่เคยได้ยินเพียงตำนาน
เนื่องจากมู่หรูเยว่ไม่ใช่คนของเฉินอู่ จึงไม่แน่ใจเรื่องการจัดระดับของสมุนไพรที่ดินแดนแห่งนี้ เธอคาดว่าสมุนไพรที่เธอเก็บมาจากร้านเมื่อวันก่อนน่าจะอยู่ในระดับห้าสิบปี ดังนั้นวิธีการฟื้นชีวิตให้สมุนไพร ไม่เพียงเพิ่มพลังชีวิต แต่ยังเพิ่มสรรพคุณอีกเท่าตัว
มู่หรูเยว่รู้สึกตื่นเต้น ในเมื่อเป็นอย่างนั้นจริงก็เท่ากับว่านางมีสมบัติล้ำค่าในมือ
เจ้าของร้านประคองสมุนไพรในมืออย่างระมัดระวังราวกับสมบัติล้ำค่า เขาทำตาโต พลางเอ่ย “แม่นาง ข้าให้ท่านหนึ่งร้อยเหรียญทอง สำหรับสมุนไพรต้นนี้”
เหรียญทองเป็นใช้แทนเงินตราแลกเปลี่ยนสินค้าในดินแดนเฉินอู่ ค่อนข้างแตกต่างจากที่ดินแดนหัวเซี่ย ที่หัวเซี่ยใช้น้ำหนักของทองคำแทนมูลค่าของเงิน ในขณะที่เฉินอู่ใช้เหรียญทองและเหรียญเงิน แลกเปลี่ยนสินค้า
ค่าของเงินถูกจัดลำดับอย่างง่ายๆ หนึ่งเหรียญเงิน เทียบเท่ากับหนึ่งร้อยเหรียญทองแดง และหนึ่งร้อยเหรียญเงินเทียบเท่ากับหนึ่งเหรียญทอง
มู่หรูเยว่พยักหน้าตกลง นางเหลือบมองสมุนไพรต่างๆในร้าน “ช่วยเลือกสมุนไพรระดับห้าสิบปีให้ข้าซักหนึ่งร้อยต้น”
เจ้าของร้านจ้องมองเด็กสาวอย่างงุนงง คนอื่นเข้ามาซื้อสมุนไพรเฉพาะประเภทที่ต้องการ ขณะที่เด็กสาวแทบไม่สนใจประเภทของสมุนไพรด้วยซ้ำ? ในเมื่อเขาทำการค้า ย่อมไม่กล้าซักไซ้ลูกค้าให้มากความ
“ได้ขอรับแม่นาง รบกวนรอซักครู่”
เจ้าของร้านใช้เวลาครู่หนึ่งหอบสมุนไพรมาวางตรงหน้ามู่หรูเยว่
“สมุนไพรระดับห้าสิบปี หนึ่งร้อยต้น ทั้งหมดราคาห้าสิบเหรียญทอง”
แม้ว่าสรรพคุณของสมุนไพรระดับห้าสิบปีและหนึ่งร้อยปีจะต่างกันเท่าเดียว แต่ราคาของแตกต่างกับราวฟ้ากับเหว หากเป็นสมุนไพรระดับพันปีแล้วล่ะก็ มูลค่าของมันยิ่งสูงอีกหลายเท่าตัว
ด้วยความสามารถของมู่หรูเยว่ในตอนนี้ เป็นไปไม่ได้ที่นางจะสามารถสร้างสมุนไพรระดับหนึ่งพันปีเนื่องมาจากต้องใช้พลังปราณจำนวนมหาศาลซึ่งเหนือจากความสามารถของเธอ
หลังรับห่อสมุนไพรขนาดใหญ่จากเจ้าของร้าน มู่หรูเยว่หมุนตัวเดินจากไป
///
“ได้ยินรึเปล่า เมื่อวานฮ่องเต้รับสั่งยกเลิกการหมั้นหมายของคนไร้ค่านั่นแล้ว”
“ฮ่าฮ่า ข่าวของเจ้าเก่าไปแล้ว ไม่ใช่ฮ่องเต้เป็นฝ่ายยกเลิกการหมั้นหมาย แต่เป็น คนไร้ค่าตระกูลมู่นั่นประกาศว่าไม่อยากแต่งงานกับรัชทายาทจิ่ง หรือเชื้อพระวงศ์คนไหนๆ นางบอกว่าองค์ชายและเชื้อพระวงศ์ทุกคนต่างก็เป็นม้าพ่อพันธุ์ เที่ยวหว่านเมล็ดไปทั่ว ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือฝ่าบาทไม่ทรงลงโทษนาง”
ทุกคนต่างก็ได้ยินข่าวลือนั้น และนำมาเป็นหัวข้อสนทนาในยามจิบชาหลังอาหารกันอย่างสนุกสนาน
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าภายในห้องหนึ่งในร้านอาหาร ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มสีหน้าดำคล้ำ หมัดทั้งสองกำแน่น ตึง! เขาผุดลุกจากเก้าอี้ พลางขบกรามแน่น รู้สึกโกรธแค้นจนอยากบีบคอเด็กสาวคนนั้นให้ตาย
‘ม้าพ่อพันธุ์? นางกล้าเรียกเขาว่าม้าพ่อพันธุ์สกปรกนั่น?’
‘ถึงเขาจะรักถิงเอ๋อร์ แต่เขาก็มีอนุอยู่แล้วสองคน แต่นี่ไม่ใช่เรื่องปกติหรือ? มีผู้ชายคนไหนกันที่ชั่วชีวิตมีภรรยาเพียงคนเดียว?’
“เสด็จปู่ไม่จัดการกับนางเพราะเห็นแก่หน้าตระกูลมู่ แต่ข้าไม่ปล่อยนางไว้แน่ ข้าจะฆ่านางซะ!”
เย่เทียนเฟิงขบกรามด้วยความโกรธ หากตอนนี้มู่หรูเยว่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาจะจับนางมาสับเป็นหมื่นๆชิ้น
ความจริงแล้วฮ่องเต้สือเยว่ไม่ได้เห็นแก่หน้าตระกูลมู่ แต่เพราะมู่หรูเยว่เป็นคนไร้ค่าที่ไม่มีใครอยากยุ่งวุ่นวาย ด้วยฐานะฮ่องเต้นั้นเขาไม่อาจพูดออกไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นจี้หรูหยาเอาแต่ยั่วยวนเขาในตอนนั้น ถึงแม้เขาแก่จนแทบไร้เรี่ยวแรงแล้วแต่ไฟราคะก็ยังปะทุขึ้นจากการยั่วยวนของนาง เขาแค่อยากยกเลิกประชุมไวๆเพื่อจะได้ใช้เวลาอยู่กับสนมรักสองต่อสอง

No comments:

Post a Comment