Last Modified: Friday, November 18, 2016

หมอยาเจ้าเสน่ห์: จอมใจราชาปีศาจ บทที่ 67-69

บทที่67 คนเสเพล เย่เทียนเฟิง


มู่ถิงเอ๋อร์รู้สึกเจ็บปวดเสียจนสมองว่างเปล่า นางจ้องมองมือทั้งสองที่โอบอยู่รอบคอของเย่เทียนเฟิง แนบชิดไออุ่นจากเรือนร่างของเขา

"ฝ่าบาท ข้าเสียสละเพื่อนท่านถึงเพียงนี้ แต่ท่านกลับตอบแทนข้าแบบนี้หรือ?" มู่ถิงเอ๋อร์ฝืนยิ้มออกมา หยดน้ำตาร่วงพรูราวกับสายฝน แพขนตาสั่นไหวไปด้วยหยาดน้ำตา ทำให้นางดูบอบบาง น่าสงสารขึ้นหลายส่วน "หากไม่เพราะข้าอยากแต่งงานกับฝ่าบาท มีหรือที่ข้าจะร่วมการประลองนั่น? หากไม่เพราะฝ่าบาท สุดท้ายข้าจะลงเอยเช่นนี้หรือ?"

ภายในใจของเย่เทียนเฟิง เขารู้สึกผิดอยู่บ้างแต่ก็เพียงเท่านั้น เขาไม่อาจตบแต่งนางเป็นชายาได้ และเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าที่จะมีนางเพียงคนเดียวชั่วชีวิต ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกผิดเท่าไหร่นัก

"ถิงเอ๋อร์ข้าจะให้ฐานะแก่เจ้า"

มู่ถิงเอ๋อร์นัยน์ตาเป็นประกาย "จริงหรือ? ฝ่าบาทจะแต่งงานกับข้าหรือ?"

เมื่อเห็นนัยน์ตาของเด็กสาวเต็มไปด้วยความหวัง เย่เทียนเฟิงกลับรู้สึกในทางตรงกันข้าม ถึงแม้เขาไม่อาจหักใจทำร้ายนางได้ แต่ก็ยังต้องฝืนทำใจแข็ง

เด็กสาวที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมไม่อาจตบแต่งเข้ามาในราชวงศ์ได้

"ถิงเอ๋อร์ ข้าคุยกับเสด็จพ่อแล้ว เขาอนุญาตให้ข้ารับเจ้าเข้ามาเป็นอนุได้"

อนุ?

มู่ถิงเอ๋อร์นัยน์ตาหม่นแสง และทันใดนั้นนางก็หัวเราะออกมา รอยยิ้มของนางนั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง "ฝ่าบาท ข้าเสียสละเพื่อท่านไปมากเท่าไหร่? ท่านกลับตอบแทนข้าด้วยวิธีนี้? อนุ? ฮ่าฮ่าฮ่า หลังจากที่ข้ายอมทำเพื่อท่านทุกอย่าง สุดท้ายกลับได้เป็นแค่อนุคนหนึ่ง"

เมื่อพูดถึงประโยคนั้น มู่ถิงเอ๋อร์ก็เข่นกรามแน่น นัยน์ตาคู่งามของนางฉายแววเกลียดชัง

"ฝ่าบาท" สาวงามทำหน้าขุ่นเคือง เหลือบมองมู่ถิงเอ๋อร์ด้วยหางตา "ท่านให้นางออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้าน้อยยังอยากกระทำต่อ..."

"หญิงแพศยา!" มู่ถิงเอ๋อร์สีหน้าเปลี่ยน นางกระชากแถบผ้ายาวสีขาวของหญิงสาวผู้นั้นออกมา "เจ้ากล้ารบกวนฝ่าบาทให้ทำเรื่องเช่นนั้นกับเจ้า ข้าจะกรีดหน้าเจ้า ดูสิว่าเจ้าจะยังยั่วยวนฝ่าบาทได้อีกหรือไม่!"

หากเป็นมู่ถิงเอ๋อร์ในยามปกติ นางย่อมไม่กล้าแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา แต่ยามนี้นางกำลังขาดสติ เห็นแต่ภาพคนทั้งสองตระคองกอดกัน

ผู้หญิงคนใดบ้างสามารถทนเห็นคนรักทำเรื่องแบบนั้นกับหญิงคนอื่น? ตอนนี้สิ่งเดียวที่นางต้องการคือฆ่านังผู้หญิงคนนั้น!

แถบผ้าสีขาวฝั่งหนึ่งยังคงถูกมือเรียวของมู่ถิงเอ๋อร์ยึดไว้แน่น ทว่ากลับถูกกระตุกกะทันหัน ส่งผลให้ร่างของมู่ถิงเอ๋อร์ลอยตามไปแรงดึงนั้น ในขณะที่ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความกลัว นางเห็นฝ่ามือของเขาตบมาที่ใบหน้าของนาง

เย่เทียนเฟิงจ้องมองมู่ถิงเอ๋อร์อย่างเย็นชา สีหน้าโกรธจัดฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา ที่มือยังคงกำแถบผ้าอีกฝั่งเอาไว้แน่น ดูเหมือนว่าความโกรธของเขาจะทำให้สามารถมองเห็นเส้นเลือดที่หลังมืออย่างชัดเจน

ปัง!

เขายกเท้าเตะไปที่ท้องของมู่ถิงเอ๋อร์อย่างไร้ความปราณี นั่นทำให้ร่างของนางลอยออกไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรง เลือดเป็นสายซึมออกจากริมฝีปากของนาง

เจ็บ!

เจ็บเหลือเกิน...!

มู่ถิงเอ๋อร์กุมหน้าอก ขดกายอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด ใบหน้างามซีดเผือด เหงื่อเย็นเยียบไหลไปตามโครงหน้าของนาง

ถึงอย่างนั้นความเจ็บปวดที่หัวใจของนาง ยังมากกว่าความเจ็บจากแรงเตะของเขาหลายเท่านัก

"มู่ถิงเอ๋อร์ นางเป็นอนุของข้า รับใช้ข้าย่อมเป็นเรื่องธรรมดา เจ้ากลับคิดจะเอาชีวิตนาง! โชคดีที่ข้ารู้ธาตุแท้ของเจ้าก่อน ไม่อย่างนั้นหากตบแต่งเจ้าเข้ามา ตำหนักของข้าไม่วุ่นวายแย่หรือ?"

-----
ผู้ชายเรื่องนี้มันยังไง ชอบใช้กำลังกะผู้หญิง พอหอมปากหอมคอก็พออิเฟิง ช่วยรักษาภาพพจน์รัชทายาทหน่อย วุ้ย พอกันทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์ -_-;;

อ่านผ่านๆคิดถึงองค์ชายแอ๊บแบ๊วแล้ว

บทที่68 ชีวิตรักอันขมขื่นของหยากุ้ยเฟย บทที่ 1


เย่เทียนเฟิงลุกขึ้นจากเตียง เขายื่นมือไปจับแขนของมู่ถิงเอ๋อร์ที่ยังคงมีใบหน้าซีดเผือดเอาไว้ หัวเราะเย็นชา "ในเมื่อเจ้าอยากปรนนิบัติข้าถึงเพียงนี้ ข้าช่วยให้เจ้าสมปรารถนาดีหรือไม่? ข้ากำลังมีอารมณ์อยู่พอดี เจ้ากับเม่ยเอ๋อร์จงมาปรนนิบัติข้าพร้อมกัน"

นัยน์ตาคู่สวยของมู่ถิงเอ๋อร์เบิกกว้าง จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยอย่างตกตะลึง

นี่คือชายที่นางหลงรักมาตลอดหลายปีหรือ? เขาต้องการให้นางปรนนิบัติเขาพร้อมกับหญิงคนอื่น?

ไม่ นางไม่ต้องการ!

"ฝ่าบาท ขอร้อง ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าขอร้องท่าน..." มู่ถิงเอ๋อร์ร้องไห้น้ำตานอง ไม่ว่านางจะอ้อนวอนต่อเขามากแค่ไหน ก็สายเกินกว่าจะให้เขาใจอ่อน...

เสื้อผ้าของนางถูกฉีกกระชากทีละชิ้น มู่ถิงเอ๋อร์ได้แต่ปิดเปลือกตาอย่างสิ้นหวัง....

แค่มองเพียงวูบเดียวหัวใจของนางก็เจ็บปวดราวกับถูกบีบ นางจะทนมองจากต้นจนจบได้อย่างไร? ทางเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือหลับหูหลับตาไม่รับรู้เรื่องโหดร้ายเช่นนี้

///////

"นายหญิง หยากุ้ยเฟยมาขอรับ"

ภายในเรือนมู่ มู่หรูเยว่กำลังทานองุ่นที่เย่อู๋เฉินปอกเปลือกส่งให้ เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ลู่ นางก็เลิกคิ้วพลางเอ่ยถาม "หยากุ้ยเฟยมาหาข้าทำไม?"

ตอนนี้เรื่องที่นางพักอาศัยอยู่ที่นี่ ผู้คนในเมืองเฟิ่งเฉิงต่างก็รู้กันทั่ว ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

หลี่ลู่เกาหลังคอ เอ่ยกลั้วหัวเราะ "ข้าจะทราบได้อย่างไร นายหญิงไปพบนางก็รู้เอง"

"ก็ดีเหมือนกัน" มู่หรูเยว่ลุกจากเก้าอี้ยาว พลางบิดกาย "อย่างนั้นข้าจะไปดูเสียหน่อยว่าหยากุ้ยเฟยมาหาข้าด้วยเหตุอันใด"

เมื่อพูดจบ ร่างของนางก็เดินออกไปทางประตูเรียบร้อยแล้ว

เวลานี้หยากุ้ยเฟยกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ทำจากไม้จันทร์ ข้างกายมีนางกำนัลคอยปรนนิบัติรินน้ำชาให้นาง นางยกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อย รับรสได้ถึงกลิ่นหอมอบอวลของใบชาในปาก นางเอ่ยอย่างชื่นชม "นี่ย่อมเป็นชาชั้นเลิศ!"

เมื่อมู่หรูเยว่เดินเข้ามาจากทางด้านนอก ทันได้ยินคำชมเชยของหยากุ้ยเฟยพอดี นางหัวเราะ "หากพระสนมชื่นชอบ สามารถนำกลับไปที่ตำหนักเท่าไหร่ได้"

ถึงอย่างไรใบชาพวกนี้ก็เป็นของที่รับมาจากชายชราอยู่ดี

"ถ้าอย่างนั้นข้าไม่เกรงใจแม่นางมู่แล้วกัน" เสียงหัวเราะที่มีเสน่ห์ของหยากุ้ยเฟย ยิ่งทำให้นางดูมีชีวิตชีวาขึ้น "แม่นางมู่ ข้าไม่ได้มาหาท่านในฐานะพระสนม แต่เป็นแค่จี้หรูหยาคนหนึ่ง แม่นางมู่อย่าได้เรียกหาข้าด้วยฐานะเช่นนั้นเลย"

มู่หรูเยว่ยังคงคลี่ยิ้ม นางนั่งลงพลางจิบชาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน "
ไม่ทราบว่าแม่นางจีมาหาข้าวันนี้ด้วยเหตุอันใด?"

หากไม่ร้อนใจคงไม่ถามถึงพระ หากจี้หรูหยาไม่มีเหตุอันใดคงไม่มาหานางถึงที่นี่ อย่างไรก็ตามนางรู้สึกประทับใจต่อจี้หรูหยาอยู่บ้างจึงไม่ปฏิเสธที่จะทำความรู้จักอีกฝ่าย

จี้หรูหยาหันไปสบตานางกำนัล "เผ่ยชุ่ย ออกไปเฝ้าข้างนอกห้ามให้ผู้ใดเข้ามา"

"เพคะ พระสนม"

เผ่ยชุ่ยค้อมกายเดินออกไปเฝ้าข้างนอกประตู ขณะที่จี้หรูหยาจ้องมองมู่หรูเยว่ นัยน์ตาที่งดงามและโดดเด่นของนางฉายแววเศร้าสร้อย

"แม่นางมู่สนใจฟังเรื่องของข้าหรือไม่?"

ผู้คนต่างก็รู้ว่าฮ่องเต้สือเยว่รักใคร่หยากุ้ยเฟยอย่างลึกล้ำ เขาปรนเปรอสมบัติมีค่ามากมายให้นาง เขายินยอมทำทุกวิถีทางเพียงเพื่อให้หยากุ้ยเฟยมีความสุข ถึงขนาดมีคำล่ำลือว่าเสน่ห์ของหยากุ้ยเฟยอาจทำให้เมืองต้องถึงกาลวิบัติ

ใครเล่าจะรู้ว่าเหตุใดหญิงที่งามปานล่มเมืองผู้นี้ถึงสิ้นคิดยอมแต่งงานกับชายที่แก่คราวปู่ของนาง? เขาไม่อาจเติมเต็มชีวิตที่สมบูรณ์ให้นางได้ ไม่ว่าเขาจะมีฐานะสูงส่งเพียงใดก็ตาม

บทที่69 ชีวิตรักอันขมขื่นของหยากุ้ยเฟย บทที่ 2


"แม่นางจีตอนนี้ข้ามีเรื่องมากมายต้องสะสาง หากข้าฟังเรื่องของท่านจะมีปัญหาตามมาเพิ่มขึ้นหรือไม่?" มู่หรูเยว่ขมวดคิ้ว นางเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย

จี้หรูหยาขบริมฝีปากสีแดงจัด ใบหน้าที่งดงามของนางแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย

"แม่นางมู่ไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านช่วยเหลืออะไรข้า เพียงแต่อยากได้ผู้ฟังเท่านั้น แน่นอนว่าหากในอนาคตแม่นางมู่มีกำลังมาก ท่านอาจยื่นมือช่วยเหลือข้า ข้าจะซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามหากเรื่องนี้สร้างความลำบากใจให้แม่นางมู่ ท่านทำเป็นลืมสิ่งที่ข้าพูดในวันนี้ไปก็ได้ ข้าจะไม่กดดันให้แม่นางมู่ทำอะไรเพื่อข้าอีก"

นัยน์ตางดงามที่แฝงไปด้วยความแน่วแน่เด็ดเดี่ยว จ้องตรงมาที่เด็กสาวตรงหน้า

"ตกลง ถ้าอย่างนั้นข้าจะฟังเรื่องของแม่นางจีดูซักครั้ง" มู่หรูเยว่แบมือออก พลางเอ่ยต่อ "หากเรื่องนี้เป็นเรื่องยุ่งยาก ข้าจะทำเป็นไม่เคยได้ยินอะไรทั้งสิ้น"

หญิงสาวที่ใช้ชีวิตในตำหนักในจะมีเรื่องเล่าแบบไหนกัน? คงไม่พ้นเรื่องรักๆใคร่ๆของชายหญิง จี้หรูหยายังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง การได้รับความรักจากชายหนุ่มเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

จี้หรูหยาหัวเราะอย่างขมขื่น ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาราวกับกระแสน้ำ...

"ตัวข้าไม่ได้เกิดมาในตระกูลขุนนาง หากแต่เกิดในตระกูลเล็กๆครอบครัวหนึ่ง ถึงฐานะตระกูลของข้าจะไม่สูงส่ง แต่ก็ได้รับความรักและเอาใจใส่จากบิดามารดา ข้ายังมีญาติผู้พี่คนหนึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านของข้าด้วย ตระกูลของเราหมั้นหมายญาติผู้พี่กับข้าไว้ตั้งแต่พวกเรายังเด็ก หลังจากนั้นตอนที่ครอบครัวของญาติผู้พี่ประสบเคราะห์ ตระกูลของข้าก็ไม่ได้ทอดทิ้งเขา ตรงกันข้ามกลับเอ็นดูเขาราวกับลูกชายแท้ๆ"

"แต่แล้วเพราะสมุนไพรต้นหนึ่ง ทำให้ครอบครัวของข้าต้องประสบเคราะห์กรรม...."

จี้หรูหยากำหมัดแน่น ความเกลียดชังผุดวาบในดวงตา "ในตอนที่ข้าอายุสิบหกปี อีกเพียงไม่ถึงสองเดือนก่อนจะได้แต่งงานกับญาติผู้พี่ บิดาของข้าบังเอิญได้รับสมุนไพรระดับพันปีตอนที่เขาออกไปทำธุระข้างนอกและมู่ชิงผ่านมาเห็นเข้าพอดี เพื่อสมุนไพรระดับพันปีนั่น เขาไม่ลังเลที่จะสังหารตระกูลของข้าทิ้ง! ข้าไม่มีทางลืมเหตุการณ์ในวันนั้นได้ หนี้เลือดฝังอยู่ในใจข้ามายาวนาน เพื่อช่วยให้ญาติผู้พี่กับข้าหนีรอดปลอดภัย บิดามารดาของข้าต้องสละชีวิตใต้คมดาบศัตรู! หลังจากที่ข้ากับญาติผู้พี่หนีออกมาได้ พวกเราก็แยกจากกันนับแต่นั้นเป็นต้นมา"

"ข้าเกลียดมัน! ไม่มีครั้งไหนที่ข้าไม่อยากฆ่าคนผู้นั้นเพื่อล้างแค้นให้บิดามารดา! แค้นนี้ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนข้าก็จะไม่มีทางล้มเลิกความตั้งใจเด็ดขาด ข้าถึงกับยกเลิกสัญญาหมั้นหมายกับญาติผู้พี่เพื่อเข้าตำหนักใน เมื่อก้าวมาในวังวนกว้างใหญ่ของวังหลวงแล้ว บางทีข้าอาจจะต้องอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิต แต่เพื่อแก้แค้นแล้วข้าไม่มีทางเสียใจเด็ดขาด!"

"ห้าปีแล้ว ฮ่าฮ่า ห้าปีแล้วนับจากวันนั้น ข้าฝันร้ายคืนแล้วคืนเล่ามาตลอดห้าปี ศัตรูของข้าอยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่ข้ากลับไม่สามารถทำอะไรได้ ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ฮ่องเต้สุนัขนั่นรักข้าแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางสังหารมู่ชิงเพื่อข้า"

ห้าปีแล้ว.. มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าห้าปีที่ผ่านมานางใช้ชีวิตอย่างขมขื่นแค่ไหน...

คืนแล้วคืนเล่าที่นางฝันถึงบิดามารดาถูกสังหารไปพร้อมกับพี่น้องอีกหนึ่งร้อยสามสิบหกชีวิตในตระกูล ใบหน้าเปื้อนเลือดของพวกเขาปรากฏในห้วงฝันของนางทุกค่ำคืน เสียงกรีดร้องของพวกเขาเป็นดั่งชนักที่ปักลึกอยู่ในหัวใจ นางเจ็บปวดราวกับหัวใจแตกออกเป็นเสี่ยงๆ คาดหวังแต่เพียงนำเลือดของศัตรูมาล้างหนี้เลือดให้จนได้

แรกเริ่มเดิมทีนางมีชีวิตอย่างสงบสุข แต่แล้วตระกูลของนางกลับมาล่มสลายเพียงเพราะสมุนไพรเพียงต้นเดียว หากโศกนาฎกรรมครั้งนั้นไม่เกิดขึ้น บางทีนางอาจจะได้แต่งงานกับญาติผู้พี่ และมีลูกที่น่ารักไปนานแล้ว

"ข้ารังเกียจฮ่องเต้สุนัขผู้นั้นแต่ก็ยังต้องฝืนแย้มยิ้มให้เขา ข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าทำลงไปนั้นทำให้ญาติผู้พี่ผิดหวัง แต่เพื่อล้างแค้นแล้วข้าทนได้ สิ่งเดียวที่ข้าทำเพื่อญาติผู้พี่ได้คือเก็บรักษาความบริสุทธิ์ของข้าไว้ นอกเหนือจากญาติผู้พี่แล้วข้าไม่ยอมให้ใครแตะต้องเรือนร่างของข้าเป็นอันขาด"

จี้หรูหยายกมือปิดใบหน้า หยาดน้ำตายังคงซึมผ่านร่องนิ้วลงมา "แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องการล้างแค้นอีกต่อไปแล้ว ข้าควรทำอย่างไรดี? ข้าไม่อยากล้างแค้นอีกต่อไป...."

------
แปลมาเกือบเจ็ดสิบตอน ตอนที่ 69 เป็นตอนที่แปลยากที่สุด ถ้าอ่านแล้วติดขัดอย่าแปลกใจค่ะ บทนี้มีสำนวนแปลกๆเยอะมาก ชั่วโมงบินยังไม่พอ สิ้นเปลืองพลังชีวิตมากๆ

ปล. ยังไม่ถึงบ้านเลย ถ้าฟอแม็ตเพี้ยนเดี๋ยวกลับมาแก้พรุ่งนี้นะคะ


posted from Bloggeroid

3 comments:

  1. แม่นางจี้นี่น่าสงสารจัง
    มีชีวิตอยู่เพราะความแค้น
    เมื่อไม่อยากแก้แค้นแล้วคงจะอยากออกจากวังวนเหล่านี้

    ReplyDelete
  2. สมน้ำหน้านางจริงๆ สุดท้ายที่นางเอกพูดไว้ก็เป็นจริง ก็นี่ไง ทำตัวเองทั้งนั้น กรรมตามสนองแล้ว / อ่านแล้วงงๆอ่ะ นางเข้าวังเป็นที่หลงใหลขนาดนั้นจะเก็บความบริสุทธิ์ไว้ได้ยังไง? ใช้ยาก็คงไม่ใช่ การใช้ยากับฮ่องเต้ได้คงโดนตัดหัวไปนานแล้ว

    ReplyDelete